วรากรณ์ สามโกเศศ

วรากรณ์-วีรกร ตรีเศศ



สิ่งละอันพันละน้อย 2557 > หงส์ดำไม่มีวันสูญพันธุ์

จากหนังสือสิ่งละอันพันละน้อย 2557
โดย รองศาสตราจารย์ ดร. วรากรณ์ สามโกเศศ
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

          ชีวิตมนุษย์ทุกคนมิได้เดินไปบนถนนที่เป็นเส้นตรงดังที่เคยนึกไว้ ถนนมีทั้งโค้งและ หักงออย่างคาดไม่ถึงหลายครั้งในชีวิต การเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดฝันจะทำให้เดินบนถนนนี้ได้อย่างปลอดภัยขึ้น

          เป็นเวลานับร้อย ๆ ปีที่มนุษย์เชื่อว่าหงส์มีแต่สีขาว เพราะไม่เคยมีใครเห็นสีอื่น แต่การที่ไม่เคยเห็นมิได้หมายความว่ามันไม่มี คนสมัยนั้นคิดว่าหงส์ดำ (black swan) เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด เพราะกี่ร้อยปีที่ผ่านมาก็มีแต่หงส์ขาวเท่านั้น

          โลกตกตะลึงในปี ค.ศ. 1697 เมื่อ William de Vlamingh พบหงส์ดำในออสเตรเลียตะวันตก เชื่อกันว่าพบในบริเวณที่เรียกว่า Swan River ในปัจจุบันซึ่งเป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านเมือง Perth ของรัฐออสเตรเลียตะวันตก และ The University of Western Australia (มหาวิทยาลัยเก่าของผู้เขียน ทั้งสององค์กรมีหงส์ดำปรากฏอยู่บนตราสัญลักษณ์)

          ในหนังสือชื่อ The Black Swan (2007) เขียนโดย Nassim Nicholas Taleb เรียกเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันซึ่งมีผลกระทบอย่างมากต่อชีวิต อาชีพ การประกอบธุรกิจ บริษัท ประเทศ ฯลฯ ทั้งในทางบวกและลบว่า Black Swan (ขอเรียกย่อ ๆ ว่า BS - ถึงแม้จะเป็นตัวย่อที่ไม่ค่อยดีนักก็ตาม)

          ถ้าเป็นภาษาสมัยใหม่ BS เป็นสิ่งที่เรียกว่า outlier ซึ่งหมายถึงคนหรือสิ่งที่อยู่ “ข้างนอก” (เช่น พวก “ข้าวนอกนา” ของอาจารย์คึกฤทธิ์) ซึ่งในที่นี้คือสิ่งที่อยู่ข้างนอกการคาดคะเน ทั้งปวง ถ้าจะเป็น BS ก็ต้องมี 3 ลักษณะคือ (1) เป็น outlier (2) ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างแรง และ (3) เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็สามารถย้อนกลับไปพิจารณาเพื่อหาคำอธิบายและคำพยากรณ์ต่อไปได้

          ตัวอย่างของ BS ก็ได้แก่ สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง การประดิษฐ์ทรานซิสเตอร์ internet Google การล่มสลายของสหภาพโซเวียต internet เหตุการณ์ 9/11 เศรษฐกิจการเงินของโลกผันผวนครั้งใหญ่ (2007-2008) สินค้าของ Apple การเกิดขึ้นของ facebook การเกิดขึ้นของ Line application ฯลฯ

          Donald Rumsfeld อดีตรัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐบอกว่าในโลกนี้มีอยู่ 3 สิ่งที่ต้องแยกให้ออก กล่าวคือสิ่งที่เรารู้ข้อเท็จจริง (known facts) สิ่งที่เรารู้ว่าไม่รู้ (known unknowns) และสิ่งที่เราไม่รู้ว่าเราไม่รู้ (unknown knowns)

          อิหร่านมีระเบิดนิวเคลียร์? Social Media ทำให้มนุษย์ฉลาดขึ้นหรือเขลาขึ้น? ผู้นำเกาหลีเหนือมีแผนน่ากลัวอะไรบ้าง? สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เรารู้ว่ายังไม่รู้หรือ known unknowns ซึ่งถ้าเราค้นหาข้อมูลและหลักฐานวันหนึ่งเราก็จะรู้ได้ แต่สำหรับสิ่งที่เราไม่รู้ว่าเราไม่รู้ (unknown knowns) นั้นเรามองไม่เห็นมันเลยในปัจจุบัน เช่น เราไม่เคยรู้ว่าโลกจะบ้าคลั่ง facebook และLine เมื่อ 10 ปีก่อน สิ่งเหล่านี้คือ Black Swan

          ในยุคปัจจุบันเราเห็น BS โผล่ขึ้นมาจากน้ำบ่อยมากและส่งผลกระทบต่อเนื่อง ไม่ว่าเราจะวางแผนในอนาคตไว้ดีอย่างไร ไอ้นกดำนี้ก็จะโผล่ขึ้นมาทำให้แผนการของเราต้องเปลี่ยนอยู่เสมอ เช่น วิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐและโลกในปี 2007-2008 smartphone หนี้ครอบครัวไทยท่วมหัว social media ฯลฯ

          200,000 ปีก่อนจนถึงมีปฏิวัติอุตสาหกรรมเมื่อ 200 ปีก่อน โลกเปลี่ยนแปลงน้อยมาก เทคโนโลยีอยู่คงตัว ชีวิตในแต่ละวันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่เมื่อหันมาดูปัจจุบันก็จะเห็นว่าโลกผันผวนตลอดเวลา ผู้คนสามารถรวยข้ามคืนได้กันเป็นว่าเล่นดังกรณีของ J.K.Rowling (ผู้สร้าง Harry Potter) / George Soros / Jeffrey Bezos (เจ้าของ Amazon) / Mark Zuckerberg (ผู้ก่อตั้ง facebook) ฯลฯ

          คำถามที่น่าสงสัยก็คือ BS เกิดขึ้นได้อย่างไร? Taleb อธิบายว่าเหตุที่มนุษย์ประสบสิ่งที่ไม่คาดคิดเลยจนตั้งหลักไม่ติดนั้นก็เพราะมนุษย์มีทางโน้มที่จะใช้ความรู้และประสบการณ์ที่มีของตัวเองไปใช้ในการพยากรณ์อนาคต อย่างไรก็ดีความรู้และประสบการณ์ของเราที่มีนั้นมีพื้นฐานมาจากความรู้ทางประวัติศาสตร์ที่คนอื่น “ประดิษฐ์” ให้เรา ซึ่งสิ่ง “ประดิษฐ์” นี้มักไม่ถูกต้องจนทำให้เราคาดมองอนาคตผิด มองไม่เห็นสิ่งที่น่าจะมองเห็น

          Taleb บอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์นั้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นชิ้น ๆ แยกจากกัน เมื่อเวลาผ่านไปมนุษย์ก็พยายามถักทอเชื่อมต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหล่านั้นขึ้นเป็นเรื่องเป็นราวเพื่อหาคำอธิบาย นานวันเข้าก็มีคนเชื่อมากขึ้น “เรื่องแต่ง” นั้นก็จะกลายเป็น “เรื่องจริงแท้” แน่นอนขึ้นทุกที

          สิ่งที่มนุษย์เชื่อว่าได้เรียนรู้จากประวัติศาสตร์อย่างแท้จริงนั้นอาจไม่ใช่บทเรียนจริง เพราะประวัติศาสตร์เป็นเรื่อง “ประดิษฐ์” ขึ้นโดยอยู่พื้นฐานของการตีความเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้เชื่อมโยงถึงกัน (นโปเลียนบอกว่าประวัติศาสตร์คือ “ เรื่องโกหกที่เห็นพ้องกัน” - History is a set of lies agreed upon.)

          ตราบที่มนุษย์พยายามหาเหตุและผลอธิบายหลายเหตุการณ์ในอดีตโดยโยงใยให้เป็นเรื่องราวที่อธิบายได้และนำมาใช้พยากรณ์ได้สำหรับอนาคต โดยไม่มีใครบอกได้ว่าเรื่องเล่านั้นถูก หรือผิด เมื่อนั้นมนุษยก็จะมีโอกาสผิดพลาดในการพยากรณ์อนาคตจนพบกับ BS อยู่เสมออย่างไม่ได้เตรียมตัว

          Black Swan จะเตือนใจให้ผู้ลงทุน นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ ผู้นำ ฯลฯ ไม่ประมาทและเข้าใจโลกได้ดียิ่งขึ้น ตระหนักว่าสิ่งที่ยังไม่เคยเห็น ยังไม่เคยเกิดขึ้น มิได้หมายความว่าไม่มีและจะไม่เกิดขึ้น อีกทั้งเพื่อให้เตรียมพร้อมรับด้านบวกของเจ้านกดำตัวนี้ด้วย

          หากท่านผู้อ่านย้อนนึกถึงชีวิตที่ผ่านมา ผู้เขียนมั่นใจว่าชีวิตของท่านถูกกระทบทั้งด้านบวกและลบโดยหงส์ดำหลายตัวในชีวิตจนไม่เป็นไปดังที่เคยคาดหวังไว้ คนที่คิดว่า Black Swan เป็น BS (คำย่อที่เราคุ้นกันนั้น) ระวังเถอะวันหนึ่งจะถูกมันจิกเอา

          สิ่งที่ไม่รู้จักและไม่คาดว่าจะเกิดแต่ก็เกิดขึ้นคือ Black Swan และสิ่งที่เราไม่รู้ว่าไม่รู้นั้นมีมากมายนัก ดังนั้นหงส์ดำจะไม่มีวันสูญพันธุ์ สิ่งที่เราควรทำก็คือดำเนินชีวิตอย่างระมัดระวังไม่ประมาทไม่ว่าในเรื่องส่วนตัวหรือนโยบายเศรษฐกิจของประเทศก็ตาม

.............................................

Live is short, live it.
Love is rare, grab it.
Anger is bad, dump it.
Fear is awful, face it.
Memories are sweet, cherish it.
ชีวิตมันสั้นเพราะฉะนั้นจงใช้มัน
ความรักเป็นสิ่งหายากดังนั้นจึงคว้าไว้
ความโกรธเป็นสิ่งไม่ดีดังนั้นจึงโยนทิ้งไป
ความกลัวนั้นน่าสะพรึงกลัวฉะนั้นจงเผชิญหน้า
ความทรงจำนั้นหวานชื่นดังนั้นจงดื่มด่ำชื่นชมมัน

Being happy does not mean everything is perfect,
it means that you have decided to look beyond the imperfections.
การมีความสุขมิได้หมายถึงทุกสิ่งสมบูรณ์แบบ
หากหมายถึงว่าคุณได้ตัดสินใจแล้วที่จะมองข้ามเกินกว่าความไม่สมบูรณ์แบบนั้น

Three things you can not recover in life :
The WORD after it is said, the MOMENT after it is missed,
and the TIME after it is gone, Be careful.
มีสามสิ่งที่คุณไม่อาจเอากลับคืนมาได้ในชีวิต
นั่นก็คือคำพูด หลังจากที่ได้พูดออกไปแล้ว
โอกาสสำคัญ หลังจากที่ได้พลาดไปแล้ว
และเวลา หลังจากที่มันได้ผ่านไปแล้ว ดังนั้นจงระมัดระวัง

Tell me I forget, teach me and I remember, involve me and I learn.
(Benjamin Franklin : นักการเมือง นักวิทยาศาสตร์; ค.ศ. 1706-1790)
หากบอกผม ผมลืม สอนผมแล้วผมจำได้
และหากผมมีบทบาทร่วมด้วยแล้วผมก็จะเรียนรู้

I am not a teacher, but an awakener.
(Robert Frost : กวีเอกชาวอเมริกัน; ค.ศ. 1874-1963)
ผมไม่ใช่ครู แต่ผมเป็นผู้ปลุกให้ตื่น

 

.............................................

ข้อเขียนในสิ่งละอันพันละน้อย 2557


 

 

จำนวนการเยี่ยมชม 607290 ครั้ง