วรากรณ์ สามโกเศศ

วรากรณ์-วีรกร ตรีเศศ



คอลัมน์ ?อาหารสมอง? กรุงเทพธุรกิจ > ฮีโร่ชื่อซิกโก้

วรากรณ์  สามโกเศศ
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
30 ธันวาคม 2557

          เพื่อสนับสนุนบรรยากาศของความสบาย ๆ และความสุขในช่วงปีใหม่ ผมขอเขียนเรื่องเบา ๆ ที่มีความสุขและขออาราธนาพลานุภาพแห่งความดี ความงาม และความจริง ได้โปรดอภิบาลท่านผู้อ่านที่เคารพทุกท่านครับ

          เรื่องหนึ่งแห่งความสุขใจช่วงปีใหม่สำหรับคนไทยก็คือความสำเร็จของทีมฟุตบอลไทยในการครองแชมป์ ASEAN Football Championship (AFF Championship) หรือที่เรียกกันว่าถ้วย AFC Suzuki (เดิมชื่อ Tiger Cup ตามชื่อเบียร์ ต่อมาเปลี่ยนชื่อเพราะได้สปอนเซอร์ใหม่) ที่มาเลเซียเมื่อเร็ว ๆ นี้อย่างตื่นเต้นยิ่ง

          ทำไมคนไทยจึงดีใจ ภูมิใจกับชัยชนะของกีฬาไม่ว่าแชมป์วอลเลย์บอลหญิงเอเชียเมื่อกลางปีนี้ (ตอนนี้ลืมหมดแล้ว) หรือชัยชนะของฟุตบอลไทย? คำตอบก็คือ 10 ปีที่ผ่านมาคนไทยแทบไม่พานพบสิ่งน่าชื่นชมเลย เรามีตั้งแต่ความไม่พอใจหลายรัฐบาลที่ปกครอง การประท้วงกัน ครั้งแล้วครั้งเล่าจนเสียชีวิตกันมากมายหลายครั้งหลายหนจนชินชา ปัญหาและการสูญเสียของชายแดนภาคใต้ น้ำท่วมมหาโหด ภาวะเศรษฐกิจที่เป็นปัญหา จนถึงภัยแล้งในปัจจุบัน และประการสำคัญที่สุดพระพลานามัยขององค์พระประมุข

          ข้อมูลเพิ่มเติมก็คือถ้วยนี้เราไม่ได้ครองมา 12 ปีแล้ว (หลังจากเป็นแชมป์ในปี 2002 แล้ว ต่อมาแชมป์ก็คือสิงคโปร์ติดกันสองครั้ง เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์อีกครั้ง) ส่วนเหรียญทองฟุตบอลซีเกมส์เราก็พลาดมา 2 ครั้งต่อเนื่องกันก็คือทีมมาเลเซีย (2009 และ 2011) เราเพิ่งได้เหรียญทองในปี 2013 หลังจากครองมาทุกครั้งตั้งแต่ปี 1993 จนถึง 2007

          เมื่อมีเรื่องชุ่มชื่นหัวใจโผล่ขึ้นมาก็ที่ต้องเฮกันบ้างเป็นธรรมดา และเมื่อพยายามมองหาฮีโร่ที่ไม่มีสีแล้ว ฮีโร่ด้านกีฬาจึงเกิดขึ้นและฮีโร่ที่เข้ามาอย่างเหมาะเจาะในปัจจุบันก็คือโค้ชทีม ชาติไทย เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หรือซิกโก้

          ทำไมตอนวอลเลย์บอลหญิงได้เป็นแชมป์เอเชียจึงไม่มีใครรู้จักชื่อโค้ชมากเท่าซิกโก้ รู้จักกันแค่ชื่อผู้เล่น แต่มาครั้งฟุตบอลกลับดังทั้งโค้ชและผู้เล่นหลายคน คำตอบก็คือประเพณีที่ติดมาจากฟุตบอลในระดับโลกที่ให้เกียรติโค้ชหรือบางแห่งเรียกว่าผู้จัดการเป็นพิเศษ เหมือนอเมริกันฟุตบอล บาสเกตบอล รักบี้ ฯลฯ

          ชัยชนะของไทยครั้งนี้ต้องยอมรับว่าซิกโก้มีบทบาทสำคัญ ในช่วงเวลาหนึ่งของยุคที่ผ่านมาเราใช้โค้ชต่างชาติซึ่งก็เป็นที่ชื่นชมกันอยู่พักหนึ่งจนคนไทยไม่มีโอกาสเป็นโค้ชทีมชาติไทยเลย เมื่อสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยยอมรับซิกโก้ให้เป็นโค้ช เขาก็ทำได้สำเร็จ ชนะติดต่อกันมาตลอด และได้แชมป์ซีเกมส์เมื่อครั้งที่ผ่านมาในปี 2013 หลังจากถูกมาเลเซียยึดไปครอง 2 ครั้ง ต่อเนื่องกัน

          ผมรู้จักซิกโก้เป็นการส่วนตัวมานานพอควร นับตั้งแต่เขารับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์เมื่อหลายปีก่อน และเขาได้ช่วยงานของมหาวิทยาลัยอยู่เนือง ๆ จึงขออนุญาตเล่าจากมุมมองที่ผมเห็นเขาประกอบกับการเป็นนักดูกีฬาและพยายามเรียนรู้เรื่องการเป็นโค้ชกีฬาในต่างประเทศมานานพอควร

          หน้าที่ของโค้ชในประการแรกที่ผมเข้าใจก็คือการปลุกเร้า กระตุ้นให้ผู้เล่นมีพลังใจต่อสู้ระหว่างฝึกซ้อมและแข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนการแข่งขันและตอนพักครึ่งเวลา (ดังที่เรียกกันว่า pep talk) ตลอดจนการสื่อสารผ่านคำพูดและภาษากายตลอดช่วงการแข่งขัน

          อันนักกีฬานั้นถ้ายอมรับว่าตนเองจะแพ้อย่างแน่นอนในการแข่งขันแล้ว ก็อย่าลงไปเล่นให้เสียเวลาเลยเพราะย่อมแพ้แน่นอน ประเพณีไทยโบราณก่อนออกไปรบจะมีพิธีที่เรียกว่า “ตัดไม้ ข่มนาม” ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่จะปลุกเร้าจิตใจผู้ออกไปรบให้ฮึกเหิม ในการชกมวยช่วงเวลาชั่งน้ำหนักและพบกันกลางเวทีก่อนชกนั้นนักกีฬาแต่ละคนจะพยายามข่มคู่ต่อสู้ให้ถอดใจดังที่เรียกว่า psych-out ด้วยสายตาหรืออากัปกิริยา

          ก่อนการแข่งขันรักบี้ของทีม All Blacks หรือทีมชาติ New Zealand ซึ่งมีชื่อเสียงระดับพระกาฬ นักกีฬาทั้งหมดจะใช้พิธีของนักรบก่อนออกศึกชาวเมาลีซึ่งเป็นชนพื้นเมืองเรียกว่า Haka มาเต้นข่มใจคู่ต่อสู้ ท่าเต้นขึงขัง ตาถลน แยกเขี้ยว กระทืบเท้า ดูน่าเกรงขามเพื่อข่มให้ คู่ต่อสู้หวาดหวั่น

          โค้ชต้องรู้จักใช้คำพูดเชิงจิตวิทยาให้ผู้เล่นมีใจฮึกเหิม ทั้งตอนมีแต้มนำและแต้มตาม (พระราชกระแสให้กำลังใจนักกีฬาตอนพักครึ่งคือปัจจัยสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด) หน้าที่นี้สำคัญมากสำหรับโค้ช

          หน้าที่อันที่สองก็คือการจัดการ ประสาน ควบคุม ดูแล กำกับ ให้นักกีฬามีวินัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งซูเปอร์สตาร์ (มักมีพฤติกรรมไม่เชื่อฟังเพราะรู้ว่าโค้ชต้องง้อ) ในการฝึกซ้อมจริงจังอย่างเป็นระบบ รวมทั้งการเป็นผู้นำที่ทุ่มเทโดยมีการปกครองที่อยู่ในธรรมมีประสิทธิภาพ

          หน้าที่อันที่สามคือการมีฐานวิชาความรู้ในการสอน ในการวางแผนเล่นเพื่อชัยชนะและแก้เกมส์ เก็บข้อมูล สะสมข่าวสาร (จริงหรือลวงจากฝั่งคู่ต่อสู้) การมีข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับสภาพความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจของผู้เล่นทุกคน (ระแวดระวังการมีผู้มาวอแวให้ล้มฟุตบอลด้วย)

          หน้าที่อันที่สี่คือมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนดู ผู้บริหารสมาคม (หรือเจ้าของ) ผู้จัดการทีม สื่อ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด เรื่องนี้ละเอียดอ่อนมากในวงการฟุตบอลไทยเพราะการเมืองทุกระดับเข้ามาเกี่ยวพันหากการจัดการทีมมีจุดอ่อน

          หน้าที่สุดท้ายคือตนเองต้องเข้าใจ ยอมรับและเตรียมพร้อมการขึ้นลงของชื่อเสียง กีฬามีแพ้และชนะได้เสมอ ไม่มีโค้ชใดบันดาลให้ชนะได้ทุกครั้ง จะต้องมีช่วงเวลาที่ตกต่ำและรู้จักจัดการจิตใจและพฤติกรรมของตนเองเพื่อให้คืนกลับมาสู่สถานะของผู้ชนะให้ได้

          ซิกโก้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ดี มิฉะนั้นทีมไม่สามารถชนะ ได้อย่างแน่นอน สิ่งสำคัญที่ซิกโก้มีก็คือบุคลิกอันอ่อนน้อม สุภาพ ให้เกียรติคนอื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นคนที่สามารถจัดการความสัมพันธ์กับคนอื่นได้ดีมาก

          คนเวียดนามรักใคร่ซิกโก้ ชื่อ “เกียรติศักดิ์” นั้นคนเวียดนามรู้จักแทบทั้งนั้นหลังจากไปเล่นฟุตบอลลีกที่นั่นอยู่ 2 ปี เขาเป็นที่รักของคนดูมิใช่เพราะยิ่งประตูได้มากแต่เพียงอย่างเดียว หากเขาแสดงความจริงใจ ความปรารถนาดีและมีความซื่อสัตย์ต่อคนดู (การตีลังกาเป็นลายเซ็น หรือเอกลักษณ์ของเขา)

          ว่าไปตามจริงแล้ว การเป็นโค้ชกีฬากับการเป็นพ่อเป็นแม่ และเป็นครูที่ดีนั้นไม่แตกต่างกันมากนักเพราะต้องปลุกเร้าเด็กให้มีกำลังใจที่เข้มแข็งด้วยความหวัง ลงมือฝึกฝนปฏิบัติอย่างจริงจัง และรักในสิ่งที่ทำและพัฒนาตนให้สอดคล้องกับความรักนั้น

          ซิกโก้ยังมีเส้นทางที่ต้องเดินอีกยาวไกลก่อนที่จะเข้าไปนั่งในหัวใจของพวกเราอย่างถาวร แต่เท่าที่ผ่านมาก็เรียกได้ว่าได้ผ่านประตูหัวใจของพวกเราเข้ามาในระดับหนึ่งแล้ว ขอให้เดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวังพร้อมยึดมั่น ‘ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม’ ข้อความซึ่งจารึกไว้เหนือประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
 

 

จำนวนการเยี่ยมชม 897152 ครั้ง