วรากรณ์ สามโกเศศ

วรากรณ์-วีรกร ตรีเศศ



สิ่งละอันพันละน้อย 2559 > ใช้ Open Data ปราบคอร์รัปชัน

จากหนังสือสิ่งละอันพันละน้อย 2559
โดย รองศาสตราจารย์ ดร. วรากรณ์ สามโกเศศ
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

          Open Data เป็นคำค่อนข้างใหม่แต่มีอิทธิฤทธิ์อย่างยิ่งในการปราบคอร์รัปชัน และกำลังเป็นกระแสที่มาแรงในระดับโลก ลองมาดูกันว่ามันช่วยให้ประชาชนมีความหวังในการจัดการโรคร้ายนี้ได้อย่างไร

          Open Data มาจากแนวคิดที่ว่าข้อมูลบางอย่างควรที่จะมีการเปิดเผยอย่างเสรีให้ทุกคนนำไปใช้ และตีพิมพ์ผลการวิเคราะห์ตามประสงค์อย่างไม่มีข้อจำกัดในเรื่องลิขสิทธิ์หรือการควบคุมในลักษณะต่างๆ

          เป้าหมายของ Open Data ก็คล้ายกับเรื่อง open ในเรื่องอื่นๆ ในยุคเสรีนิยมของโลกปัจจุบัน เช่น Open Sky (เปิดท้องฟ้าเสรียอมให้มีสายการบินได้โดยไม่จำกัดและมิให้บริษัทใดผูกขาด อีกทั้งไม่ควบคุมราคาตั๋ว) Open Source (ไม่มีลิขสิทธิ์ในเรื่อง softwareฯ) Open Access (การเปิดเสรีในการเข้าถึงบริการของรัฐ การใช้อินเตอร์เน็ต ฯลฯ)

          จริงๆ แล้วหลักการในเรื่องนี้มีมานานแล้วเพราะสาธารณชนตระหนักดีว่าการเปิดเผยเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ ดังเช่นความเป็นเสรีของเนื้อหาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสมบัติของมนุษยชาติไม่ใช่ของบุคคลใดหรือบริษัทใด

          ในยุคอินเตอร์เน็ต Open Data ยิ่งมีความหมายมากขึ้นเพราะข้อมูลที่เปิดเผย เช่น จากภาครัฐซึ่งประชาชนเป็นนายนั้นสามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วกว้างขวาง และสามารถนำไปวิเคราะห์ต่อได้ง่าย

          กลุ่มประเทศ EU มีข้อตกลงในเรื่อง Open Data ของภาครัฐซึ่งเรียกว่า Open Government Data กล่าวคือประเทศสมาชิกควรเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้เพื่อสองเรื่อง หนึ่ง เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพในการใช้จ่ายเงินภาษีอากรที่เก็บมาจากประชาชน สอง เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพในการทำงานของภาครัฐ สิ่งสำคัญที่อยู่ใจกลางของเรื่องนี้ก็คือการป้องกันและปราบปรามคอร์รัปชัน ข้อถกเถียงสำคัญก็คือทั้งหมดเป็นเงินของประชาชน ดังนั้นเจ้าของก็มีสิทธิรู้ว่านำไปใช้จ่ายอะไรและอย่างไร

          อังกฤษเป็นประเทศที่ก้าวหน้ามากที่สุด ในรอบ 3-4 ปีที่ผ่านมารัฐบาลอังกฤษได้เปิดเผยข้อมูลของภาครัฐเป็นปริมาณมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ ผลปรากฏว่ากลุ่มประชาสังคมและประชาชนนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์ ประเมิน และได้ข้อสรุปมากมายที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้
งบประมาณมากขึ้น

          เป็นที่มั่นใจได้ว่าพนักงานภาครัฐของอังกฤษจะระมัดระวังในการใช้จ่ายและทุ่มเทการทำงานมากขึ้นเพราะต่อนี้ไปมีผู้คนเป็นตาสับปะรดที่คอยจับตามองและเป็นแขนขาในการปราบคอร์รัปชันโดยใช้ข้อมูลเหล่านี้เป็นตัวนำทาง

          ในปี 2007 จำนวน 30 กลุ่มสนับสนุน Open Government Data โดยได้ประชุมกันที่เมือง Sebastopol ในรัฐคาลิฟอร์เนียและได้ร่วมกันประกาศ 8 หลักการของ Open Government Data ดังต่อไปนี้

          ข้อ 1 complete. ข้อมูลสาธารณะทั้งหมดต้องเปิดเผยต่อสาธารณชน ยกเว้นที่เกี่ยวกับความมั่นคง ความเป็นส่วนตัว ฯลฯ ข้อ 2 primary. ต้องเปิดเผยข้อมูลพื้นฐาน มิใช่การวิเคราะห์ข้อมูลมาให้แล้ว (ไม่ต้องการถูกบิดเบือนหรือทำให้เข้าใจผิด) ข้อ 3 timely. ต้องเปิดเผยข้อมูลเร็วที่สุดที่ทำได้เพื่อรักษาคุณค่าของข้อมูล
หากช้าไปก็ไม่ทันการณ์ เช่น ข้อมูลก่อนการประมูล หรือข้อมูลก่อนเริ่มโครงการ ฯลฯ

          ข้อ 4 accessible. ต้องเปิดเผยอย่างกว้างขวางที่สุดให้แก่ประชาชนเพื่อวัตถุประสงค์ที่กว้างขวางที่สุด ข้อ 5 machine processable. ต้องเป็นรูปข้อมูลที่สามารถนำไปวิเคราะห์ได้เชิงอิเล็กทรอนิกส์ (ข้อมูลที่ให้มาเป็นกล่องหรือมัดเชือกมาเพื่อให้ไปแกะหาความจริงเองใช้ไม่ได้) ข้อ 6 non-discriminatory. เปิดเผยข้อมูล
ให้ใครก็ได้โดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ข้อ 7 non-proprietary. ข้อมูลอยู่ในรูปแบบที่ไม่ทำให้ใครเป็นเจ้าของหรือควบคุมได้แต่เพียงคนเดียวหรือกลุ่มเดียว

          ข้อ 8 license-free. ข้อมูลต้องไม่มีข้อห้ามในเรื่องสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า หรือข้อจำกัดในเชิงการค้า อาจมีการผ่อนผันได้ในเรื่องเกี่ยวกับความลับทางการค้าหรือความมั่นคง

          ลองจินตนาการดูว่าถ้ามีการอัพโหลดข้อมูลงบประมาณไทยทั้งหมดสู่สาธารณชนจะเกิดอะไรขึ้นในสังคมเรา เชื่อว่าจะมีคนนำไปแยกว่าแต่ละจังหวัด แต่ละ อบต. ได้รับเงินงบประมาณเท่าใด มีการก่อสร้างโครงการใดบ้าง และถ้ายิ่งเปิดเผยผลการใช้งบประมาณปีที่ผ่านมาว่าใครเป็นผู้ประมูลได้ในโครงการใดด้วยราคาเท่าใด อบต.
ใดได้รับเงินเท่าใด ใช้ทำอะไรไปบ้าง ฯลฯ เหล่านี้เป็นวิธีการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันที่ชะงัดโดยทั้งหมดไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เพียงนโยบาย Open Data ของภาครัฐก็สามารถปราบคอร์รัปชันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          ถ้าข้าราชการไทยระดับรองอธิบดีขึ้นไปทุกคนต้องเปิดเผยทรัพย์สินเหมือนรัฐมนตรีต้องเปิดเผยในปัจจุบัน หน้าตาของคอร์รัปชันในบ้านเราจะเปลี่ยนไปเพียงใด

          ปัจจุบัน Open Government Data ในบ้านเรามีอยู่พอควรแล้ว ไม่เชื่อลองเหลียวไปดูการเปิดเผยทรัพย์สินของสมาชิก สนช. ดูก็ได้ ขอแต่ให้อยู่ในรูปแบบของ machine processable เท่านั้นแหละ ข้าราชการและนักการเมืองไทยจะมีพฤติกรรมในเรื่องคอร์รัปชันเปลี่ยนไปมาก

          Open Data กำลังคืบคลานมาสู่บ้านเรา แต่ยังช้าอยู่ ในยุคปฏิรูปประเทศไทย ไอเดียนี้สมควรได้รับการพิจารณาเพราะไม่เสียเงินเพิ่มและมีประสิทธิภาพยิ่งในการปราบคอร์รัปชัน

          Open Government Data คมยิ่งกว่าดาบในการปราบโรคร้ายซึ่งเปรียบเหมือนกับปลวกที่กำลังกินบ้านเมืองของเราอยู่การจัดการกับอารมณ์

.............................................................................

เมื่อได้ยินคำพูดไม่ดีเกี่ยวกับตนเอง
คือส่วนหนึ่งของประสบการณ์ในการเติบโตเป็นผู้ใหญ่

Carpe diem (seize the day)
Odes Horace กวีโรมันในสมัยก่อนคริสตกาล
คว้าหาประโยชน์จากทุกวันที่มี

ถ้ามีความสง่างดงาม มีปัญญา และมีความงามอยู่แล้ว
หากเอาความภาคภูมิใจแต่เพียงอย่างเดียวเข้าไปรวมด้วย
ก็สามารถลดคุณค่าของสิ่งที่มีลงได้

ข้อความจารึกในป้อมปราการ อายุ 1,000 ปี
Le Crac Des Chevaliers ในประเทศซีเรีย

I Shall Pass But Once
I shall pass through this world but once;
Any good, therefore, that I can do,
Or any kindness that I can show
To any human being, let me do it now.
Let me not defer it, not neglect it;
For I shall not pass this way again

ฉันจะผ่านโลกนี้ แต่เพียงหน
จึงกุศล ใดใด ที่ทำได้
หรือเมตตา ซึ่งอาจให้ มนุษย์ใด
ขอให้ฉัน ทำหรือให้ แต่โดยพลัน
อย่าให้ฉัน ละเลย เพิกเฉยเสีย
หรือผลัดผ่อน อ่อนเพลีย ไม่แข็งขัน
เพราะตัวฉัน ต่อไป ไม่มีวัน
จรจรัล ทางนี้ อีกทีเลย
William Penn (ค.ศ. 1644-1718)
(คำแปลโดย อดีตองคมนตรี ฯพณฯ ศาสตราจารย์ ม.ล.จิรายุ นพวงศ์)

 ...........................................................................

ข้อเขียนในสิ่งละอันพันละน้อย 2559

 

จำนวนการเยี่ยมชม 568155 ครั้ง