วรากรณ์ สามโกเศศ

วรากรณ์-วีรกร ตรีเศศ



สกุลไทย > พระนักต้มตุ๋นแห่งสิงคโปร์

วรากรณ์  สามโกเศศ 
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
15 มีนาคม 2559

          เรามักได้ยินเรื่องฮื้อฉาวของพระและนักเทศน์ในดินแดนไกล ๆ เช่นสหรัฐอเมริกัน มีข้อมูลว่าในรอบ 40 ปี ที่ผ่านมามีจำนวนถึง 28 คนที่ติดคุกและถูกลงโทษ ในประเทศใกล้บ้านเราคือสิงคโปร์ก็มีเรื่องราวลักษณะนี้เช่นกัน

          เรื่องแรกฮื้อฉาวมากในระหว่างปี 2008-2010 คือเมื่อพระสงฆ์ในพุทธศาสนานิกายจีน ชื่อ Shi Ming Yi ถูกสอบสวนเรื่องแอบเอาเงินบริจาคไปใช้ส่วนตัว เรื่องก็มีอยู่ว่าหลวงพ่อองค์นี้ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัด Foo Hai Ch'an ในสิงคโปร์ ในปี 1994 สร้างโรงพยาบาล 175 เตียง ชื่อว่า Ren Ci Hospital and Medicare Center เพื่อช่วยคนป่วยที่ยากจน ในปี 1996 รัฐบาลสิงคโปร์มอบเหรียญ Public Service Medal ให้หลวงพ่อสำหรับการเสียสละทำงานให้สังคม

          หลวงพ่อ Ming Yi ไม่หยุดแค่นั้น รับเงินบริจาคที่ไหลเข้ามาเป็นสายน้ำสร้างสถาน พยาบาลสำหรับคนสูงอายุ เข้าซื้อกิจการโรงพยาบาลขนาด 270 เตียง เวลาระดมทุนก็มีนักร้องดัง ๆ มาช่วยกันมากมายแบบฟรีด้วย นอกจากนี้หลวงพ่อไปรับเป็นเจ้าอาวาสวัดในฮ่องกงและมาเลเซียด้วย เรียกว่าดังขนาดข้ามประเทศ สำหรับประเทศไทยก็เข้าออกอยู่หลายครั้ง

          ในปี 2007 หลวงพ่อถูกทางการสิงคโปร์ซึ่งเป็นหน่วยตรวจสอบการบริหารจัดการที่ดีขององค์กรการกุศลตรวจสอบหลังจากมีข่าวว่าหลวงพ่อทำมิดีมิร้ายกับเงินที่ประชาชนบริจาค การสอบสวนพบว่าหลวงพ่อซึ่งเป็นทั้งประธานกรรมการบอร์ดและ CEO ของโรงพยาบาล ปล่อยเงินกู้ไม่มีดอกเบี้ยเป็นเงินหลายล้านเหรียญสิงคโปร์ให้บุคคลและบริษัทซึ่งมีความเกี่ยวพันกับหลวงพ่อ อีกทั้งยังลงทุนในหลายบริษัทในชื่อส่วนตัวอีกด้วย และพบอีกว่ามีการเอาเงินบริจาคไปซื้อคอนโดราคาแพงในสิงคโปร์ อสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ รถหรูราคาแพง ม้าแข่ง ฯลฯ

          ในปลายปี 2009 หลวงพ่อ Ming Yi ก็ถูกศาลแรกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 10 เดือน แต่เมื่อมีการอุทธรณ์ศาลก็ลดโทษจำคุกเหลือ 6 เดือน โดยเห็นว่าในอดีตหลวงพ่อยอมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในโชว์ตื่นเต้นของรายการโทรทัศน์ Ren Ci Charity Show เพื่อหาทุน

          ในปี 2010 หลวงพ่อในวัย 48 ปี ก็ถูกจำคุกแต่อยู่จริงเพียง 4 เดือน เพราะเป็นนักโทษ ชั้นดีเยี่ยม เมื่อออกมาก็กลับมาเป็นพระอีก และยังคงเรี่ยรายเงินเหมือนเดิม ล่าสุดเมื่อกลางปี 2015 หลวงพ่อบริจาคไตข้างหนึ่ง หลวงพ่อบอกว่าจงอยู่กับปัจจุบันดีกว่า เมื่อตอนที่เกิดเหตุการณ์ไม่ชอบมาพากลนั้นอาตมายังเป็นเด็กอยู่ (ตอนนั้นก็ 40 เศษ ๆ แล้วนะหลวงพ่อ) จงลืมมันเสีย แล้วเรามาเริ่มต้นกันใหม่จะดีกว่า แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไรทางการสิงคโปร์ก็ถอดถอนเหรียญรับใช้สังคมที่เคยให้

          อีกรายหนึ่งสด ๆ ร้อน ๆ ก็คือกรณีของพระนักเทศน์ในคริสต์ศาสนานิกายหนึ่งในสิงคโปร์เช่นกัน เขามีชื่อว่า Kong Hee กรณีของเขาโลดโผนกว่ามาก มีคนร่วมติดคุกกับเขาถึง 5 คน ต่างจากกรณีหลวงพ่อที่มีเพียง 1 คน

          Kong Hee มาในสไตล์นักเทศน์แบบอเมริกันที่เรียกกันว่า Evangelist พวกนี้จะออกโทรทัศน์เอาคำสอนในพระคัมภีร์ไบเบิลมาขยายความ และก็รับเงินบริจาค บางกลุ่มก็ใช้การออกเดินทางไปพูดในเมืองต่าง ๆ บ้างก็แสดงอภินิหารช่วยให้คนพิการ (หน้าม้า) ลุกขึ้นเดินได้ ส่วนใหญ่ใช้กลวิธีชดเชยทางใจสำหรับสิ่งที่ผู้ศรัทธาขาดในด้านจิตวิทยา เช่น ความกลัว ความรู้สึกไม่มั่นคง ความเดียวดาย

          Kong Hee มีสาวกของกลุ่มเขาที่มีชื่อเรียกว่า City Harvest Church (CHC) ประมาณ 24,000 คน ปัจจุบันเขาอายุ 52 ปี เรียนหนังสือในโรงเรียนดี ๆ ของสิงคโปร์มาตลอด และจบด้าน IT จาก National University of Singapore ระหว่างที่เรียนเขาช่วยงานหลายโบสถ์และนักเทศน์ หลายคน เมื่อเห็นช่องทางก็ออกมาตั้งของตัวเองในปี 1989 โดยเป็นสาขาของนิกายหนึ่งในคริสต์ศาสนา เขาประสบความสำเร็จมากเพราะความสามารถในการพูดโน้มน้าวและความสามารถในการจัดการ ในปี 2010 เขามีสาขาอยู่ถึง 29 แห่งทั้งในสิงคโปร์ ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไต้หวัน (ไม่มีในไทยเพราะมีคนจองกิจกรรมต้มตุ๋นอยู่มากแล้ว) และมีกลุ่มเครือข่ายอีกนับเป็นสิบ ๆ

          บทเรียนจากหลวงพ่อ Ming Yi ทำให้ทางการสิงคโปร์จับตาพวกรับบริจาคเงินเพื่อการ กุศลผ่านศาสนา ในปี 2003 มีสมาชิกของ CHC โวยว่าที่นี่มีการใช้เงินที่ไม่โปร่งใส ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการบริจาค ทางการจึงจับตามองเป็นพิเศษ สืบสวนแบบลับ ๆ เป็นเวลายาวนาน

          ในที่สุดก็มีการสอบสวนอย่างเป็นทางการในปี 2010 พบว่า Hong Kee ซึ่งมีสถานะเป็น pastor (พระในรูปแบบหนึ่งของคริสต์ศาสนา) ของ CHC ใช้เงินบริจาคอย่างไม่เกรงใจผู้บริจาค มีข่าวว่าภรรยาของเขาซึ่งเป็นนักร้องมีชื่อ (Sun Ho) ใช้ชีวิตหรูหรามาก

          ทางการเจาะลึกดูธุรกรรมของ CHC และการใช้เงินส่วนตัวก็พบว่า Kong Hee ใช้เงินที่คนบริจาคประมาณ 50 ล้านเหรียญ (1,250 ล้านบาท) มาใช้ส่วนตัว ในจำนวนนี้ใช้ 24 ล้านเหรียญ (600 ล้านบาท) ไปเพื่อสนับสนุนให้ภรรยานักร้องดังในระดับโลก มีการทำอัลบั้ม โปรโมทเพลงและอาชีพของเธออย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ยังใช้เงินนับล้านเหรียญในการปิดบัง ทำธุรกรรมอำพราง ปลอมและแก้ไขหลักฐานของธุรกรรมต่าง ๆ จนทำให้เพื่อนร่วมงาน 5 คน ติดร่างแหไปด้วย

          Kong Hee อ้างว่าเงินที่ว่าสนับสนุนภรรยาเขานั้นโดยแท้จริงแล้วใช้ไปในโครงการ Crossover คือชักชวนคน ภรรยาเขาที่เพิ่งได้เป็น pastor เสียสละร้องเพลงก็เพื่อหาคนมาร่วมนับถือพระเจ้ามากขึ้น อย่างไรก็ดีหลักฐานการใช้เงินต่างๆ ไม่สนับสนุนข้ออ้างนี้ และที่ศาลเห็นว่าต้องลงโทษหนักก็คือการปลอมและแก้ไขหลักฐานการเงินเพื่อให้พ้นผิด

          หลังจากต่อสู้เพื่ออุทธรณ์อยู่หลายปี ในที่สุดเมื่อต้นปี 2016 Kong Hee ถูกตัดสินจำคุก 8 ปี ผู้จัดการการเงินของ CHC และเจ้าหน้าที่ทั้งชายและหญิงก็โดนกันคนละหลายปี เบาสุดคือ 21 เดือน

          วิธีของ Kong Hee ในการระดมทุนอย่างหนึ่งก็คือการออกพันธบัตรยืมเงินชนิดปลอม ๆ จากผู้มีศรัทธา นอกจากใช้เงิน 50 ล้านเหรียญไปแล้ว ยังเอาเงินไปซื้อคอนโดขนาดใหญ่งดงาม ใกล้ ๆ Marina Bay มูลค่าปัจจุบัน 10 ล้านเหรียญ แถมยังสะสมไวน์จีนชั้นดีไว้เกือบ 4 หมื่นขวด เป็นเจ้าของ 2 บริษัท คือ บริษัทอบรม และบริษัทธุรกิจแฟชั่น นอกจากนี้ยังมีหลักฐานว่าสองสามีภรรยาเป็นเจ้าของอพาร์ทเม้นท์หรูถึง 13 แห่ง

          หลักฐานชี้ว่า Kong Hee เลียนแบบวิธีการของหลวงพ่อ Ming Yi บวกเทคนิคของบรรดานักเทศน์ในคุกอเมริกัน โดยเชื่อว่าใครจะสงสัยอย่างไรก็ช่างเขาตราบที่มีบรรดาผู้ศรัทธาเขาอยู่นับหมื่นในมือ

          นักต้มตุ๋นเกิดขึ้นทุกวันในโลกเช่นเดียวกับเหยื่อให้ตุ้มตุ๋น เพียงแต่กลุ่มหลังมีจำนวนมากกว่า เชื่อว่าเมื่อออกมาจากคุกก็ยังคงเป็นนักเทศน์แบบเดิมอีก เช่นเดียวกับหลวงพ่อ Ming Yi ในปัจจุบันซึ่งยังคงมีผู้ศรัทธาอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง


 

จำนวนการเยี่ยมชม 549743 ครั้ง