วรากรณ์ สามโกเศศ

วรากรณ์-วีรกร ตรีเศศ



คอลัมน์ ?อาหารสมอง? กรุงเทพธุรกิจ > เลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์กำลังร้อนแรง

วรากรณ์  สามโกเศศ
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
29 มีนาคม 2559

          การเมืองในหลายประเทศ ASEAN กำลังมีการเปลี่ยนแปลงในตอนต้นของการเป็นประชาคมอาเซียนดังเช่นปัจจุบัน หน้าตาของประชาคมที่รอคอยกันมานานจะเป็นอย่างไรขึ้นกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อย่างมาก

          ประเทศใหญ่ในอาเซียนที่มีบทบาทสำคัญ มีขนาดประชากรและเศรษฐกิจที่รวมกันใหญ่โตมากก็คือไทย ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย

          ในขณะนี้การหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ได้เริ่มขึ้นแล้วตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ และจะหาเสียงกันจนถึงเลือกตั้งในต้นเดือนพฤษภาคม

          ฟิลิปปินส์มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีทุก ๆ 6 ปี โดยดำรงตำแหน่งวาระเดียว การเลือกตั้งเช่นนี้ได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องนับเป็นเวลา 30 ปี นับตั้งแต่ ค.ศ. 1986

          ลองทบทวนประวัติศาสตร์กันเล็กน้อย หลังจากการเมืองวุ่นวาย มีปฏิวัติ มีการประท้วง ตั้งแต่สมัยประธานาธิบดี Marcos ในที่สุดในปี 1986 ก็ได้นาง Corozon Aquino เป็นประธานาธิบดี ต่อด้วย Fidel Ramos / Joseph Estrada / นาง Gloria Arroyo และ Benigno Aquino III ลูกชายของนาง Corozon Aquino ในปัจจุบัน

          ประธานาธิบดีคนปัจจุบันได้รับเลือกตั้งในปี 2010 ในช่วงเวลาเกือบ 6 ปี ที่ผ่านมา ฟิลิปปินส์ประสบความสำเร็จทางเศรษฐกิจเป็นอย่างดี เป็นประเทศที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยสูงสุดในอาเซียน ถึงแม้จะยังอยู่หลังหลายประเทศใน ASEAN เนื่องจากมีประชากรขนาดใหญ่ (ครั้งหนึ่งเมื่อ 20 กว่าปีก่อนมีประชากรใกล้เคียงกับไทยคือ 45 ล้านคน แต่ปัจจุบัน 100 ล้านคน) และมีปัญหาเก่าหมักหมมอยู่มากมาย

          เมื่อประธานาธิบดีมีผลงานใช้ได้ สามารถพลิกผันเศรษฐกิจจนได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ผู้คนจึงสนใจว่าใครจะมาเป็นต่อเพื่อให้แน่ใจว่าจะสานงานต่อไป หลังจากต่อสู้แย่งชิงการสนับสนุนจากประธานาธิบดีกันตลอดปี 2515 ก็ได้คำตอบแน่ชัดว่าเขาสนับสนุน Manuel Roxas II ผู้มีชื่อเล่นในสื่อว่า Mar อายุ 58 ปี แต่ที่แปลกก็คือทั้งที่เขามีพื้นฐานครอบครัวทางการเมืองที่ถือว่า สุดยอด มีความรู้ดี มีประสบการณ์เพียบพร้อม ไม่มีชื่อเสียงด้านคอรัปชั่น แต่คะแนนนิยมกลับไม่โลดแล่น

          คนที่มาแรงอยู่ตลอดกลับเป็นสาวใหญ่อายุ 47 ปี ชื่อ Grace Poe เพิ่งเป็นวุฒิสมาชิกครั้งแรกในปี 2013 ที่เธอดังก็เพราะในปีนั้นได้รับคะแนนเสียงสูงกว่าวุฒิสมาชิกทุกคน สาเหตุหนึ่งที่เธอได้รับความนิยมก็เพราะเธอเป็นเด็กที่พ่อแม่เอามาทิ้งและได้รับการอุ้มชูเป็นลูกสาวบุญธรรมของ Fernando Poe (FPJ) ราชาพระเอกหนังยอดนิยมในอดีต

          FPJ เป็นที่รักและชื่นชมของคนฟิลิปปินส์มาก เขาลงเลือกตั้งประธานาธิบดี ในปี 2004 แข่งกับนาง Gloria Arroyo อย่างสูสี เชื่อกันว่าในครั้งนั้นถ้าไม่มีการโกงเลือกตั้งกันแหลกลาญแล้วเขาต้องได้เป็นประธานาธิบดีเขาชอกช้ำใจเหมือนเพื่อนรักดาราภาพยนตร์ด้วยกันที่ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีในปี 2001 แต่ถูกถอดถอนก่อนครบวาระคือ นาย Joseph Estrada

          คนที่สามคือ Jejomar Binay อายุ 74 ปี ลาออกจากตำแหน่งรองประธานาธิบดีเพื่อสมัครเป็นประธานาธิบดีครั้งนี้ ในอดีตเป็นนายกเทศมนตรีของ Metro Makati เป็นนักการเมืองเก่าแก่ มีชื่อเสียงด้านคอรัปชั่น เขาเป็น “ผู้ร้าย” ในสายตาคนจำนวนหนึ่ง แต่ก็มาแรงในการแข่งขัน ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งนี้

          คนที่สี่คือนาย Rodrigo Duterte อายุ 70 ปี อดีตนายกเทศมนตรี Davao City ผู้กำลังได้รับความนิยมเพราะมีผลงานและนโยบายชัดเจนในการปราบปรามอาชญากรรม เมืองนี้อยู่ทางใต้ของเกาะ Mindanao เขาปราบโจรได้หมดเพราะฆ่าตายเกลี้ยง จนมีชื่อเสียงไม่ดีด้านสิทธิมนุษยชน

          คนสุดท้ายเป็นหญิง อายุ 70 ปี มีข่าวว่ากำลังเป็นมะเร็งแต่เจ้าตัวปฏิเสธ มีประสบการณ์กว้างขวาง นโยบายเด่นคือปราบอิทธิพล เคยเป็นพิพากษา ทำงานบริหารหลายตำแหน่ง สมัครครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม เธอชื่อ Miriam Defensor-Santiago

          โพลล่าสุด (ไม่มีความแม่นยำเหมือนโพลในประเทศกำลังพัฒนาทั่วไป) ระบุว่า Poe นำ 26% Binay และ Duterte ประมาณ 23-24% ส่วน Roxas ได้ 22% สรุปได้ว่าไล่เลี่ยกัน มีโอกาสไม่ต่างกันมากเพราะต้องหาเสียงกันอีกกว่า 2 เดือน และแต่ละคนก็มี "ปัญหา” ที่อาจปะทุขึ้นมาในด้านลบได้เสมอ

          Poe นั้นก่อนหน้านี้โดนศึกหนักเพราะ COMELEC (องค์กรคล้าย กกต. ของเรา) กล่าวหาว่าขาดคุณสมบัติเนื่องจากอยู่ในประเทศนี้ไม่ครบ 6 ปี และไม่เป็นพลเมืองของประเทศ ประเด็นก็คือเธอเรียนหนังสือในอเมริกาและสละสัญชาติฟิลิปปินส์ แต่เมื่อกลับบ้านและคิดจะลงเลือกตั้งก็กลับมาถือสัญชาติฟิลิปปินส์อีกครั้ง คดีถึงศาลฎีกาและตัดสินอย่างไม่ได้ใจประชาชนว่าเธอมีสิทธิลงสมัคร เรียกได้ว่าเธอผ่านด่านนี้มาอย่างก้ำกึ่งพอควร

          Binay หาเสียงเก่ง เป็นทุกสิ่งของทุกคน มีเสน่ห์ มีเงิน ฯ ประชาชนประเทศนี้นิยมเลือกตัวบุคคล ไม่สนใจพรรค ชอบสีสัน ชอบความครึกครื้น การหาเสียงต้องมีดนตรีประกอบอย่างสนุกสนานโดยเฉพาะเวลาที่ไปหาเสียงในพื้นที่นอกเมืองหลวง ผู้แข่งขันสู้กันด้วยคำพูดที่พยายาม สรรหามารัดรึงใจผู้ลงคะแนน 54 ล้านคน ในเรื่องเหล่านี้ Binay นักการเมืองเก่ากึ๊กมีอยู่เพียบพร้อมและเต็มไปด้วยทุนสนับสนุน

          Roxas ที่เกือบจะลงเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งที่แล้วเพราะได้รับความนิยมสูง แต่ปฏิเสธให้เพื่อนคือ Aqino หรือ Noynoy ลงแทน ความรู้สึกอาลัยนาง Aqinos ผู้แม่ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตของประชาชนนั้นรุนแรงจนทำให้ลูกชายได้เป็นประธานาธิบดี ตัวเขาลงแข่งรองประธานาธิบดีแต่แพ้ Binay

          Mar เรียนจบ Wharton พ่อเป็นอดีตวุฒิสมาชิกและเป็นหลานปู่ของประธานาธิบดี Roxas ส่วนตานั้นเป็นมหาเศรษฐีอุตสาหกรรม Mar เคยเป็น ส.ส. และ ส.ว. และรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญหลายกระทรวง เช่น คมนาคม พาณิชย์ ฯลฯ เป็นรัฐมนตรีคู่คิดของประธานาธิบดี และเป็น “ทายาท” อย่างชัดแจ้ง

          ปัญหาของ Mar ตามที่ถูกกล่าวหาก็คือเขาขาดเสน่ห์ในการเป็นนักการเมือง เก่งก็จริงแต่ในประเทศนี้ที่ฝรั่งเรียกว่า Fiesta Democracy (ประชาธิปไตยแบบเฉลิมฉลองความสุข) นั้น ถึงเป็น “ทายาท” ของประธานาธิบดีที่ได้รับความนิยมก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับเลือกเสมอไปถ้าไม่ถูกใจประชาชน

          ในที่สุดน่าจะมี 3 คน คือ Poe / Mar / และ Binay ที่จะแข่งกันสูสี คาดว่าในที่สุดจะได้ประธานาธิบดีที่ไม่มีเสียงชนะอย่างท่วมท้นฃึ่งทำให้ขาดพลังในความชอบธรรมในการบริหารบ้านเมืองซึ่งต่างจากกรณีของ Noynoy

          ทั้งสามมีนโยบายเศรษฐกิจที่ไม่ต่างกัน ต่างฝ่ายต่างเข้าถึงทุกภาคส่วนของสังคมเหมือนกันเพียงแต่ไม่เท่ากัน Poe กับ Binay นั้นเข้าถึงคนจนได้ดีกว่า โดยเฉพาะ Poe เข้าถึงคนเมืองที่อยากเห็นสิ่งใหม่ ๆ คนรวยมีการศึกษาก็นิยมเธอเช่นกัน สื่อเห็นว่าเธอน่าจะมีคะแนนนำเหนืออีก 2 คนในขณะนี้

          Roxas มีฐานเสียงไม่ต่างจาก Poe ถ้าจะชนะต้องเจาะประเด็นสำคัญที่ประชาชนต้องการเห็น คือ ความเป็นผู้นำ การปราบคอรัปชั่น นโยบายกับจีนเรื่องเกาะทะเลใต้ (มีคดีที่ฟิลิปปินส์ฟ้องจีนในศาลโลกค้างอยู่ในขณะนี้) เศรษฐกิจที่ขยายตัวต่อไปและช่วยแก้ไขปัญหาความยากจน ประสบการณ์ ฯ

          น่าเสียดายที่ในช่วงเวลาซึ่งชาติต้องการความเข้มแข็ง เด็ดขาดในการนำซึ่งจะได้มาจากแรงสนับสนุนของความชอบธรรมจากการชนะเลือกตั้งแบบ “เสียงขาด” นั้นจะไม่เกิดขึ้น

          เมื่อคำนึงถึงคะแนนเสียงที่คาดว่าจะก้ำกึ่งกันมากระหว่างผู้สมัคร และหากมีการประท้วงเรื่องการนับคะแนนกันใหญ่โตแล้วก็จะนำมาซึ่งความยุ่งยากอีกไม่น้อย
 

 

 

จำนวนการเยี่ยมชม 939839 ครั้ง