วรากรณ์ สามโกเศศ

วรากรณ์-วีรกร ตรีเศศ



สกุลไทย > “เจ้าหญิง” ของ Karl Marx

วรากรณ์  สามโกเศศ
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
23 สิงหาคม 2559

          Karl Marx เจ้าพ่อทฤษฎีคอมมูนิสต์มีชื่อเสียงดังข้ามศตวรรษในฐานะผู้ริเริ่มมีความคิดที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อโลกอย่างมหาศาล แต่ภรรยายอดหญิงของเขาไม่มีคนรู้จักมากนัก ทั้ง ๆ ที่เธอมีชีวิตที่น่าสนใจไม่น้อย

          Karl Marx เป็นนักปรัชญา นักสังคมวิทยา นักหนังสือพิมพ์ นักเศรษฐศาสตร์และ นักปฏิวัติสังคมเกิดในปรัสเซียในครอบครัวชั้นกลาง มีชีวิตอยู่ระหว่าง ค.ศ. 1818-1883 เรียนหนังสือที่ University of Bonn และจบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัย Berlin and Jena เขาใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในลอนดอนในขณะที่พัฒนาความคิดและทฤษฎีร่วมกับเพื่อนวิชาการคือ Friedrich Engels

          ภรรยาของ Marx ชื่อ Johanna Bertha Julie Jenny von Westphalen มีเชื้อสายเจ้าตระกูล Trier ใน Kingdom of Prussia พ่อของเธอชื่อ Baron Ludwig von Westphalen ซึ่งเป็นลูกหลานของเจ้านาย Prussia และเจ้านายวงศ์ Scottish House of Argyll

          คนเรียกเธอสั้น ๆ ว่า Jenny ผู้มีความงดงามเป็นที่เรื่องลือคู่กับความเฉลียวฉลาด นับแต่เป็นสาวเธอมีชายหนุ่มผู้มีฐานะและครอบครัวคล้ายคลึงกันมาขอแต่งงานมากมาย แต่เธอปฏิเสธหมดเพราะหัวใจได้มอบให้ “เด็กข้างบ้าน” หน้าตาชนิดหาความหล่อไม่ได้ที่มีอายุอ่อนกว่า 4 ปี เรียบร้อยแล้ว

          เธอเชื่อมั่นในสมองอันเป็นเลิศและความมุ่งมั่นในเป้าหมายของชีวิตตลอดจนวาทะอันตรึงใจของเขา ถึงแม้เขาจะมีฐานะแตกต่างจากเธอมากมาย บรรพบุรุษของ Marx เป็นพระยิว (Rabbis) สืบทอดกันมาหลายชั่วคน ยกเว้นพ่อของเขาที่เปลี่ยนศาสนาเป็น Lutheranism เพราะความจำเป็น

          สุภาษิตฝรั่งเศสในเรื่องความรักที่ว่า “The heart has its reason that reason knows nothing of.” นั้น ตรงกับกรณีของ Jenny อย่างยิ่ง พ่อแม่เธอห้ามปรามและกีดกัน แต่ทั้งสองแอบหมั้นกันลับ ๆ ในปี 1836 ก่อนที่ Marx จะจากไปเรียนกฎหมายที่มหาวิทยาลัย Berlin and Jena

          อีก 7 ปีต่อมา Marx ก็กลับมาหา Jenny ที่รอคอยเขาอย่างซื่อสัตย์และพร้อมที่จะแต่งงานกัน เพราะ Baron ผู้พ่อเสียชีวิตไปแล้ว แม่นั้นเห็นใจความรักของเธอจึงยินยอมให้แต่งงานในขณะเธอมีอายุ 29 ปี พร้อมกับให้เงินก้อนใหญ่พร้อมของมีค่า ซึ่งสิ่งนี้แหละที่ช่วยชีวิตทั้งสองไว้ได้มาก

          Marx นั้นมีความสุขอย่างยิ่งที่ “เจ้าหญิง” เลือกเขา และประการสำคัญเขาปฏิวัติให้คนเห็นได้สำเร็จเป็นครั้งแรกด้วยการแต่งงานข้ามชนชั้น Jenny เข้าใจดีว่าเธอมิได้แต่งงานกับ ดร.หนุ่มอายุ 25 ปี เท่านั้น หากแต่งกับอุดมการณ์ของเขาซึ่งเธอก็เลื่อมใสด้วย

          งานแต่งงานของทั้งสองจัดขึ้นเป็นงานเล็ก ๆ เนื่องจากครอบครัวฝ่ายหญิงรวมหัวกันไม่มายกเว้นแม่และน้องชายของเธอ Jenny ฝันถึงการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยของสามี และเป็นแม่บ้านที่มีความสุข โดยมิได้ตระหนักว่าอุดมการณ์และความเชื่อที่สามีและเธอมีนั้นทำให้มันเป็นไปไม่ได้

          Marx ทำงานเป็นนักหนังสือพิมพ์และเขียนบทความปลุกเร้าสังคมให้คนยากจนลุกขึ้นมา ขับไล่เจ้าและขุนนางที่ร่ำรวย ปฏิกิริยาที่เขาได้รับก็คือหางานทำไม่ได้ ทั้งสองจึงเริ่มชีวิตของความยากจนจนกระทั่งพบเพื่อนมหาเศรษฐีร่วมอุดมการณ์คือ Friedrich Engel ที่ช่วยอุปถัมภ์เขาเป็นเวลายาวนาน

          Marx และ Jenny ขณะท้องลูกคนแรกต้องหนีการไล่ล่าของกษัตริย์ Prussia ที่สั่งให้จับเขาด้วยข้อหาปลุกปั่นล้มล้าง ทั้งสองหนีจากปารีสไปเยอรมัน และปรัสเซีย และจบลงที่ลอนดอน ซึ่งระหว่างนี้ทั้งสองมีลูกด้วยกัน 3 คน ท่ามกลางความยากจน

          Jenny ยืนอยู่ข้างสามีเธอเสมอ ไม่เคยคิดที่จะทอดทิ้งเพื่อกลับไปอยู่กับแม่และครอบครัว มีผู้พบเห็นชีวิตของทั้งสองและบรรยายไว้ว่าทั้งสองอยู่ในบ้านที่เปรียบเสมือนสลัม ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ดี ๆ สักชิ้น ของเล่นเด็ก ตะกร้าเย็บผ้า ถ้วยน้ำวางอยู่เกลื่อนกลาดบ้าน เก้าอี้มีอยู่ตัวหนึ่งก็มี 3 ขา

          ไม่ทราบว่า Marx ตั้งใจมีชีวิตอยู่อย่างนี้หรือไม่เพื่อแสดงให้คนเห็นว่าตนเองไม่มีสมบัติพัสถานแต่อย่างใด Jenny ก็ไม่เดือดร้อนและดูจะพอใจสภาพที่เป็นอยู่ถึงแม้จะเอาเครื่องเงินของครอบครัวซึ่งเป็นสมบัติที่แม่มอบให้ไปจำนำอยู่บ่อย ๆ ก็ตาม

          Jenny มีชีวิตที่มีความสุขกับ Marx และครั้งหนึ่งขณะที่กำลังท้องเธอเดินทางไปทั่วยุโรปเพื่อหาทุนสนับสนุนการต่อสู้เพื่ออุดมการณ์คอมมูนิสต์ และในระหว่างที่เธอไม่อยู่ก็ฝากการดูแลสามีและลูกไว้กับแม่บ้านที่จ้างมาคือ Helene Demuth โอกาสนี้ทำให้เกิดเรื่องขึ้นกล่าวคือ Mark ทำสาวคนนี้ท้องและต้องปิดบังกลัว Jenny รู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลัวคนอื่นจะเห็นว่าเขาหาประโยชน์จากผู้ใช้แรงงานดังที่เขาโจมตีคนอื่นไว้ อีกทั้งศัตรูของเขาจะชอบอย่างยิ่ง ทางออกก็คือ Engel ยอมรับเองว่าเป็นผลงานของเขาและมอบให้เป็นลูกบุญธรรมของครอบครัวผู้ใช้แรงงานหนึ่งไป ความลับนี้ Jenny ไม่รู้และคนในสมัยต่อมาก็พยายามกลบเกลื่อนเรื่องนี้ว่าไม่เป็นความจริง

          เด็กชายคนนี้เป็นลูกคนเดียวของ Marx ที่ได้เห็นการปฏิวัติรัสเซีย ซึ่งพ่อของเขาเป็นสถาปนิก ที่กล่าวเช่นนี้ก็เพราะความยากจนและชะตากรรมทำให้ลูก 6 คน ของทั้งสองเสียชีวิตทั้งหมด ส่วนใหญ่ตายด้วยโรคอันเนื่องมาจากความอ่อนแอของร่างกายที่ขาดสารอาหารตอนท้องและตอนวัยเด็กรวมทั้งขาดการดูแลที่ดีของแพทย์ด้วย

          ลูกสาว 2 คนแรกตายตอนเป็นทารก คนที่สามเป็นชายตายตอนอายุ 8 ขวบด้วยวัณโรค Marx ซึมเศร้ากับการจากไปของลูกคนนี้ถึง 2 ปี การจากไปของลูกคนนี้ทำให้ทั้งสองใกล้ชิดและรักกันมากยิ่งขึ้น แต่ถึงจะรักกันมากอย่างไร ในที่สุด Jenny ก็จากไปในวัย 67 ปี ในปี 1881 ด้วยโรคมะเร็งตับ และอีก 2 ปีต่อมาลูกคนที่สี่ซึ่งเป็นชายก็จากไปอีกด้วยโรคมะเร็ง

          Marx ในภาวะสุดเศร้าและร่างกายอ่อนแอจากการทำงานหนัก การดื่มและสูบบุหรี่อย่างไม่ลดละก็จากไปในที่สุดในปี ค.ศ. 1883 ในวัย 65 ปี ส่วนลูกสาว 2 คน ที่เหลือก็มีปัญหาชีวิตเนื่องจากได้คู่ที่นำความทุกข์มาให้ ทั้งสองจึงตัดสินใจจากไปพร้อมกันด้วยการใช้ไซยาไนด์ ส่วนคนเล็กสุดก็จบชีวิตตนเองด้วยไซยาไนด์อีกเช่นกันเมื่อพบว่าสามีโกงเงินของเธอและแอบแต่งงานกับดาราสาว

          Jenny มีความรัก Marx เป็นที่สุดอย่างไม่หวั่นไหวในเรื่องใด ๆ และเชื่อมั่นในอุดมการณ์ร่วมกัน เธอมีชีวิตที่เสียสละเพื่อความรักและดูจะถูกลืมโดยชาวโลกผู้เลื่อมใสในลัทธิคอมมูนิสต์

 

 

จำนวนการเยี่ยมชม 551409 ครั้ง