วรากรณ์ สามโกเศศ

วรากรณ์-วีรกร ตรีเศศ



สิ่งละอันพันละน้อย 2560 > บันทึกช่วยจำสำหรับลูก

จากหนังสือสิ่งละอันพันละน้อย 2560
โดย รองศาสตราจารย์ ดร. วรากรณ์ สามโกเศศ
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

          ข้อเขียนดีๆ มีอยู่มากมายในอินเตอร์เน็ต มีข้อเขียนหนึ่งที่อยากให้ได้อ่านกันอย่างกว้างขวางจึงขอนำมาสื่อสารต่อ ข้อเขียนนี้แพร่หลายมากในโลกออนไลน์ภาษาจีนเป็นบันทึกที่เหลียงจี้จาง (Michael Leung) นักจัดรายการวิทยุยอดนิยมของฮ่องกงเขียนให้ลูกชาย มีความว่า

          “ลูกพ่อ : พ่อเขียนบันทึกช่วยจำนี้ให้ลูกด้วยเหตุผล 3 ข้อ (1) ชีวิตคนเราโชคเคราะห์ไม่แน่นอน ไม่มีใครรู้ว่าจะอยู่ได้นานเพียงใด เรื่องบางเรื่องพูดเร็วสักหน่อยจะดีกว่า (2) พ่อเป็นพ่อของลูก ถ้าพ่อไม่บอก ก็คงไม่มีใครบอก (3) สิ่งที่พ่อบอกในบันทึกนี้ ล้วนเป็นประสบการณ์ที่พ่อได้มาจากความพ่ายแพ้ดังนั้นจะช่วยให้ลูกเดินทางผิดพลาดน้อยลง

          ต่อไปนี้เป็นเรื่องที่ลูกควรจดจำในชีวิต

          (1) คนที่ทำไม่ดีกับลูก ลูกอย่าได้ติดใจนัก ในชีวิตของลูกไม่มีใครมีหน้าที่ต้องทำดีกับลูก นอกจากพ่อกับแม่แล้ว ใครดีกับลูก ลูกต้องถนอมรัก รู้คุณ

          (2) ไม่มีใครที่ทดแทนไม่ได้ ไม่มีสิ่งใดที่จำต้องครอบครอง หากมองเรื่องนี้ได้ทะลุ ต่อไปถึงแม้ลูกจะสูญเสียทุกอย่างที่รักที่สุดในโลกไป ก็ควรเข้าใจว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรนัก

          (3) ชีวิตนั้นสั้น วันนี้อาจจะยังใช้ชีวิตฟุ่มเฟือย พรุ่งนี้จะรู้สึกว่าชีวิตทิ้งลูกไปไกล ดังนั้นถนอมชีวิตให้ดีได้เร็วเท่าใด วันเวลาที่จะได้ใช้ชีวิตก็จะมีมากเพียงนั้นแทนที่จะหวังอายุยืน จงใช้ชีวิตอย่างทะนุถนอมโดยเร็วจะดีกว่า

          (4) ความรักเป็นความรู้สึกอย่างหนึ่ง และความรู้สึกนี้จะเปลี่ยนได้ตามเวลาและสภาพจิตใจ ถ้าคนที่ลูกรักที่สุดจากลูกไป ขอให้อดทนรอคอยสักหน่อย ให้เวลาค่อยๆ ชะล้างให้จิตใจค่อยๆ นิ่งลง ความขมขื่นของลูกก็จะค่อยๆ จืดจาง อย่าได้ขยายความงดงามของความรักจนเกินงาม และอย่าได้ขยายความเศร้าของการเสียความรักจนเกินควร

          (5) แม้จะมีคนที่ประสบความสำเร็จจำนวนมากไม่ได้รับการศึกษามากนักแต่ไม่ได้หมายความว่าขี้เกียจเรียนแล้วจะประสบความสำเร็จได้ ความรู้ที่ลูกได้เรียนจะเป็นอาวุธที่ลูกมีติดตัว คนเราสร้างตัวโดยไม่มีอะไรได้ แต่ถ้าไม่มีความรู้อาจไม่มีแม้แต่เหล็กสักท่อนในมือ จงจำให้ดี!

          (6) พ่อไม่ขอร้องให้ลูกเลี้ยงดูพ่อในบั้นปลายชีวิต ทำนองเดียวกัน พ่อก็ไม่สามารถเลี้ยงลูกในบั้นปลายชีวิต เมื่อลูกโตจนเลี้ยงตัวเองได้ หน้าที่ของพ่อก็สิ้นสุดลงจากนี้ไปลูกจะนั่งรถเมล์หรือวิ่ง จะกินหูฉลามหรือเส้นหมี่ ลูกต้องรับผิดชอบตัวเอง

          (7) ลูกเรียกร้องให้ตัวเองรักษาคำมั่นสัญญาได้ แต่จะเรียกร้องให้คนอื่นรักษาคำมั่นสัญญาไม่ได้ ลูกเรียกร้องให้ตัวเองทำดีต่อคนอื่นได้ แต่ไม่อาจคาดหวังให้คนอื่นดีต่อลูก เราทำต่อคนอื่นอย่างไร ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะทำต่อลูกเช่นเดียวกัน ถ้าลูกมองไม่เห็นเรื่องนี้ ก็รังแต่จะเพิ่มความทุกข์อันไม่จำเป็นให้เท่านั้น

          (8) พ่อซื้อล็อตเตอรี่มา 26 ปี ยังคงยากไร้แม้แต่รางวัลที่สามก็ไม่เคยถูกขอยืนยันว่าคนเราจะรวยได้ต้องพากเพียรทำงานเท่านั้น “โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี”

          (9) ญาติมีบุญมาพบกันได้เพียงครั้งเดียว ไม่ว่าชาตินี้พ่อจะอยู่กับลูกได้นานเพียงใด ลูกต้องถนอมวันเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน ชาติหน้าไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ชอบก็จะไม่ได้พบกันอีก

          มีคนเคยพูดว่าอันชีวิตคนนั้นจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับว่าหนึ่งได้พบใคร และสองได้อ่านอะไร สิ่งแรกอาจมีชะตากรรมเป็นตัวร่วมกำหนด แต่สำหรับสิ่งหลังนั้นตัวเราเองเป็นคนกำหนดโดยแท้

......................................................................................

“ แม้เรามิได้เกิดเป็นดอกซากุระ
ก็อย่ารังเกียจที่เกิดเป็นบุปผาพรรณอื่นเลย
ขอแต่ให้เป็นดอกที่งามที่สุดในพรรณของเรา
ภูเขาฟูจีมีอยู่ลูกเดียว แต่ภูเขาทั้งหลายก็หาไร้ค่าไม่
แม้นมิได้เป็นซามูไร ก็จงเป็นสมุนของซามูไรเถิด
เราจะเป็นกัปตันกันหมดทุกคนไม่ได้
ด้วยว่าถ้าปราศจากลูกเรือแล้ว เราจะไปกันได้อย่างไร
แม้นเรามิอาจเป็นถนน ขอจงเป็นบาทวิถี
ในโลกนี้มีตำแหน่งและงานสำหรับเราทุกคน
งานใหญ่บ้างเล็กบ้าง แต่เราย่อมจะมีตำแหน่งและงานทำเป็นแน่
แม้นเป็นดวงอาทิตย์ไม่ได้ จงเป็นดวงดาวเถิด
แม้นมิได้เกิดเป็นชาย ก็อย่าน้อยใจที่เกิดมาเป็นหญิง
จะเป็นอะไรก็ตาม จงเป็นเสียอย่างหนึ่ง
จะเป็นอะไรมิใช่ปัญหา ที่สำคัญอยู่ที่ว่า
จงเป็นอย่างดีที่สุด ไม่ว่าเราจะเป็นอะไรก็ตาม ”

จาก “ข้างหลังภาพ” ของ “ศรีบูรพา” (กุหลาบ สายประดิษฐ์)
นักคิดนักเขียนคนสำคัญของไทย พ.ศ. 2448-2517
โดยนำมาจากเนื้อเพลงภาษาญี่ปุ่น

 ...........................................................................

ข้อเขียนในสิ่งละอันพันละน้อย 2560

 

จำนวนการเยี่ยมชม 551472 ครั้ง