วรากรณ์ สามโกเศศ

วรากรณ์-วีรกร ตรีเศศ



คอลัมน์ “อาหารสมอง” กรุงเทพธุรกิจ > มนุษย์ผงาดขึ้นในโลกได้อย่างไร

วรากรณ์  สามโกเศศ
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
28 กุมภาพันธ์ 2560

          หนุ่มวัยปลาย 30 ปีคนหนึ่งโด่งดังทั่วโลกข้ามคืนจากการเขียนหนังสือประวัติศาสตร์มนุษยชาติเล่มแรกของเขาในปี 2011 (แปลเป็นภาษาอังกฤษในปี 2014) เนื่องจากผู้สนับสนุนว่าเป็นหนังสือชั้นยอดที่ชาวโลกไม่ควรพลาด คือ อดีตประธานาธิบดี Obama / Bill Gates / Mark Zuckerberg ฯลฯ หนังสือขายได้กว่า 5 ล้านเล่ม และแปลออกมาแล้วกว่า 50 ภาษา ที่น่าสนใจก็คือผู้เขียนบอกว่าเขาเขียนได้เช่นนี้ก็เพราะการนั่งวิปัสสนาวันละ 2 ชั่วโมง และลาไป “ปฏิบัติธรรม” ไม่ต่ำกว่าปีละ 30 วัน ถึงแม้เขาจะเป็นยิว สัญชาติอิสราเอลก็ตามที

          Yuval Noah Harari คือชื่อของเขา และหนังสือเล่มนี้คือ Sapiens : A Brief History of Humankind เล่มที่สองที่ออกตามมาคือ Homo Deus : A Brief History of Tomorrow ตีพิมพ์เป็นภาษา Hebrew ในปี 2015 (แปลเป็นภาษาอังกฤษในปี 2016) ทำให้เขาเป็นซีเล็บในการเป็นนักประวัติศาสตร์ ไปเลย

          หนังสือ Sapiens อธิบายว่าอะไรที่ทำให้ Homo sapiens หรือมนุษย์เราเป็นเผ่าพันธุ์ที่ประสบความสำเร็จบนโลกใบนี้ทั้งที่ก่อนหน้า 70,000 ปีก่อน บรรพบุรุษของเราเป็นสัตว์ที่ “กระจอก” มาก กล่าวคือแทบไม่มีผลกระทบต่อสิ่งใดเลย อาศัยอยู่ในมุมของทวีปอาฟริกา แต่ในช่วงเวลา 70,000 ปีหลังที่ผ่านมา Homo sapiens ได้กระจายไปทวีปอื่น ๆ และครองโลกใบนี้ในที่สุด

          เพื่อให้เห็นภาพกว้างก็ขอไล่ตัวเลขที่นำมาจากหนังสือเล่มนี้ ดังนี้ (1) เมื่อ 4,500 ล้านปีก่อนมีโลกใบนี้เกิดขึ้น (2) 6 ล้านปีก่อนเผ่าพันธุ์มนุษย์กับลิงชิมแปนซีแยกขาดจากกัน (3) 2.5 ล้านปีก่อนได้เกิดการพัฒนา genus (สกุล) Homo คือกลุ่มที่มีลักษณะและหน้าตาคล้ายมนุษย์ (Homo sapiens) ในอาฟริกาและต่อมาใน Eurasia / ตะวันออกกลาง (4) Homo sapiens ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์ของเราเริ่มปรากฏตัวเมื่อ 150,000-200,000 ปีก่อนในอาฟริกาและมีหน้าตาร่างกายเหมือนมนุษย์ปัจจุบัน

          สกุล Homo มีด้วยกันหลายเผ่าพันธุ์ เช่น Homo rudolfensis / Homo soloensis / Homo floresiensis / Homo erectus / Homo neanderthalensis / Homo sapiens ฯลฯ อย่างไรก็ดีสกุลนี้สูญพันธุ์ไปจนหมดเหลือแต่เผ่าพันธุ์ของเรานี้แหละ

          Neanderthals สูญพันธุ์เมื่อ 30,000 ปีก่อน และสุดท้าย คือ Homo floresiensis เมื่อ 13,000 ปีก่อน และเมื่อ 12,000 ปีก่อน Homo sapiens ก็เริ่มรู้จักเอาพืชและสัตว์ป่ามาใช้งาน จุดเปลี่ยนของการครองโลกก็เริ่มขึ้นอย่างจริงจัง
Harari มีคำตอบให้ว่าอะไรที่ทำให้มุนษย์พวกเราจึงผงาดขึ้นมาในโลก โดยมาทีหลังแต่แซงสิ่งมีชีวิตทั้งหมดตั้งแต่สัตว์เล็ก สัตว์ใหญ่ และเอาชนะลูกพี่ลูกน้องของเราสกุล Homo ไปสิ้น

          มาดูประวัติของ Yuval Noah Harari สักหน่อย เขาเรียนจบปริญญาตรีจาก Hebrew University of Jerusalem และจบปริญญาเอกด้านประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Oxford เมื่ออายุ 26 ปี ขณะเรียนปริญญาเอกเขาได้พบสิ่งซึ่งแปรเปลี่ยนชีวิตเขาอย่างลึกซึ้ง นั่นก็คือการนั่งวิปัสสนาโดยเป็นศิษย์ของท่านโกเอ็นกา (S.N.Goenka อาจารย์ใหญ่ทางวิปัสสนาชาวพม่า เชื้อสายอินเดีย ผู้มีชื่อเสียงที่มีลูกศิษย์มากมายทั่วโลก ในไทยก็มีจำนวนมาก ท่านเพิ่งเสียชีวิตเมื่อปี 2013 อายุได้ 89ปี) Harari นั่งวิปัสสนาทุกวัน ก่อนทำงานหนึ่งชั่วโมงและหลังทำงานหนึ่งชั่วโมงเป็นเวลา 15 ปีมาแล้ว เขาบอกว่าการนั่งสมาธิคือหนทางไปสู่การทำงานวิจัยที่ได้ผลของเขา

          Harari เป็น vegan (ไม่กินเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์ของสัตว์ทั้งมวลไม่ว่าไข่ไก่ นมเนย) เช่นเดียวกับสามี (เขียนไม่ผิดครับ) ของเขาซึ่งพบกันเมื่อปี 2002 ซึ่งเป็น vegan เหมือนกัน ทั้งสองพักอาศัยอยู่ใน moshav (ชุมชนสหกรณ์การเกษตรที่เป็นฟาร์ม) ใกล้กรุงเยรุซาเล็ม ปัจจุบัน Harari เป็นอาจารย์อยู่ที่ Hebrew University of Jerusalem

          คำตอบที่ Harari พบว่าเหตุใด Homo sapiens จึงผงาดขึ้นมาก็คือเราเป็นสัตว์ประเภทเดียวในโลกซึ่งสามารถเชื่อในสิ่งซึ่งอยู่ในจินตนาการของเรา เช่น พระเจ้ามีจริง / เชื่อเรื่องความเป็นรัฐ / สิทธิมนุษยชน ฯลฯ ตลอดจน “นิยาย” ที่ช่วยกันแต่งขึ้นมาและเชื่อกันเป็นตุเป็นตะ

          นอกจากสามารถมีความเชื่อดังกล่าวได้แล้วยังมีความสามารถอันเป็นพิเศษที่ไม่มีใครเหมือนก็คือการใช้ความเชื่อและ “นิยาย” เหล่านี้มาทำให้สมาชิกเป็นหนึ่งเดียวกัน ตลอดจนสามารถจัดการกับคนจำนวนมากได้โดยได้รับความร่วมมือจากสมาชิกอีกด้วย

          ความสามารถของมนุษย์ตรงนี้แหละที่ทำให้เราผงาดขึ้นมาครองโลก Harari เปรียบเทียบเรากับลิงชิมแปนซีซึ่งเป็นสัตว์ที่ฉลาดใกล้คน (แต่ก็ยังห่างกันไกลมาก) ว่าลิงร่วมมือกันได้ตราบที่รู้จักกันเป็นส่วนตัว แต่ไม่ได้ร่วมมือกันเพราะมีความเชื่ออย่างเดียวกันกับเหมือนมนุษย์ เช่น เชื่อตำนานที่เป็น “นิยาย” ว่าเกิดมาจากสิ่งยิ่งใหญ่จึงเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ หรือศรัทธาอุดมการณ์ประชาธิปไตยเหมือนกันก็จะร่วมมือกัน นอกจากนี้ยังมีความยืดหยุ่นในความร่วมมือนี้ด้วย เช่น ยกเว้นกฎเกณฑ์บางอย่างยามมีปัญหา ของกลุ่ม การเลือกผู้นำมีหลากหลายรูปแบบ ฯลฯ

          คน 10,000 คน กับลิงชิมแปนซี 10,000 ตัว แข่งกันไมได้เลย เพราะมนุษย์ร่วมมือกันได้โดยมีพื้นฐานจากความเชื่อที่อยู่ในจินตนาการของพวกเรา เช่น ต้องยอม ๆ กันบ้างเพื่อจะได้อยู่รอดร่วมกัน แต่ลิงชิมแปนซีจะควบคุมกันไม่ได้ในจำนวนนี้ ความสามารถในการจัดการกับคนจำนวนมากได้ อย่างไม่จำเป็นต้องรู้จักกันเป็นการส่วนตัวตราบที่มีความเชื่อคล้ายกันเป็นนี้แหละหัวใจของการครองโลกของมนุษย์

          มนุษย์เป็นสัตว์ชนิดเดียวที่มีจินตนาการ สามารถแต่งเรื่องขึ้นในสมองและเชื่อเรื่องที่แต่งได้ เช่น หากทำชั่วจะตายไปแล้วตกนรก ไม่ว่านรกมีจริงหรือไม่ก็ตามแต่ ตราบที่มีคนเชื่อว่าจริงก็สามารถนำมาใช้กำกับพฤติกรรมมนุษย์ได้ ในขณะที่ลิงชิมแปนซีไม่สามารถคิดหรือจินตนาการอย่างนั้นได้

          ความสามารถในการจัดการของมนุษย์อันมีพื้นฐานจากการเชื่อ ‘นิยาย’ เหล่านี้ร่วมกันจนมนุษย์ยอมรับพระเจ้า ผีสางเทวดา ยอมรับกฎหมาย ยอมรับกฎกติกา ยอมรับผู้นำ ฯลฯ ทำให้เราสามารถปราบคู่แข่งคือสมาชิกสกุล Homo ทั้งหลาย ตลอดจนสัตว์ร้าย และเอาชนะภัยพิบัติธรรมชาติจนทำให้เราอยู่รอดมาได้อย่างดียิ่ง

          ถ้าใครเป็นแฟน TED.com ใน YouTube และสนใจหนังสือเล่มนี้ กรุณารับชมการบรรยายของ Harari ในหัวข้อ “What explains the rise of humans?” ซึ่งมีคำบรรยายภาษาไทยอย่างดี

          Homo sapiens ทั้งหลายต้องไม่ลืมว่า sapien เป็นภาษาละตินหมายถึง wise ดังนั้นมนุษย์ต้องตระหนักว่าเขาสมมุติว่าเราเป็นคนฉลาด ดังนั้นต้องกระทำการให้สมชื่อโดยเฉพาะกับโลกใบนี้ และกับสัตว์เพื่อนร่วมโลกของเราด้วย
 

 

 

จำนวนการเยี่ยมชม 590784 ครั้ง