วรากรณ์ สามโกเศศ

วรากรณ์-วีรกร ตรีเศศ



คอลัมน์ “อาหารสมอง” กรุงเทพธุรกิจ > “University 42” ตัวอย่างให้มหาวิทยาลัยไทย

วรากรณ์  สามโกเศศ
มหาวิทยาลัยธุกิจบัณฑิตย์
13 กุมภาพันธ์ 2561

        วิกฤต “ขาดนักศึกษา” ของมหาวิทยาลัยไทย และวิกฤต “ขาดแคลนทักษะ” บางอย่างของสังคมไทย รวมกันแล้วอาจเป็นโอกาสที่มหาวิทยาลัยจักได้รับใช้สังคมไทยอย่างถูกกาละเทศะ ขอยกตัวอย่างความคิดริเริ่มในการเพิ่มทักษะด้านไอทีในฝรั่งเศสและสหรัฐอมเริกาเพื่อเป็นอุทาหรณ์เปลี่ยน “วิกฤต” ให้เป็น“โอกาส”

        ทั่วโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทยกำลังขาดแคลนนักเขียนโปรแกรมอย่างรุนแรง (เรียกกันว่าcoder หรือ programmer เมื่อก่อนไม่เรียกการเขียนโปรแกรมว่า coding หากเรียก programming) โปรแกรมเมอร์ที่ใช้งานได้นั้นต้องมีทักษะ จินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ บวกความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือประสบการณ์ในการลงมือปฏิบัติจริง โดยเฉพาะในเรื่องการแก้ไขปัญหา และการทำงานเป็นทีม

        มหาเศรษฐีชาวฝรั่งเศสที่ร่ำรวยจากเทคโนโลยีชื่อ Xavier Niel กับ Nicolas Sardirac นักการศึกษาและเพื่อนอีก 2 คน ร่วมกันตั้งสถาบันการศึกษานอกกรอบ เพื่อพัฒนาโปรแกรมเมอร์หรือนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ที่ฝรั่งเศสขาดแคลน

        “42” หรือ “École 42” หรือ “University 42” (École หมายถึงโรงเรียน อาจเป็นประถมหรือมัธยม หรือสถาบันการศึกษาเฉพาะทางก็ได้) เป็นสถาบันเอกชน ไม่เก็บเงินค่าเล่าเรียน กินอยู่ฟรี ไม่มีปริญญาให้ และไม่มีอาจารย์สอน ค่าใช้จ่ายทั้งหมดบริจาคโดย Xavier Niel ซึ่งคาดว่าจะใช้ไปได้ประมาณ10 ปี (ประมาณปีละ 300 ล้านบาท) หลังจากนั้นก็หวังว่าจะมีเศรษฐีคนอื่นเข้ามาช่วย (เปิดมา 3 ปี ปัจจุบันจ่ายไปทั้งหมดแล้วประมาณ 57 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1,710 ล้านบาท)

        “University 42” ไม่มีการเรียนการสอนสาขาอื่น มุ่งไปที่จุดเดียวคือผลิตนักพัฒนาซอฟต์แวร์ชั้นยอดปีละประมาณ 1,000 คน เรียน 3-5 ปี แล้วแต่ใครจะใช้เวลานานเท่าใด มีหอพัก มีอาหารฟรีให้นักศึกษาที่แย่งกันเข้า และประการสำคัญไม่มีการนั่งฟังเลคเชอร์ และสอบโดยอาจารย์ เพราะที่นี้ไม่มีอาจารย์ เปิดเรียน 24 ชั่วโมง 7 วัน ผู้เรียนทุกคนคืออาจารย์ของกันและกัน

        ในปีแรกคือ 2013 ที่เปิดรับนักศึกษา มีผู้สมัคร 80,000 คน เรียนจบระดับใดหรือสาขาใดก็ได้ทั้งนั้น มีอายุระหว่าง 18-30 ปี มีการสอบคัดเลือกอย่างเข้มข้นเพื่อหาผู้มุ่งมั่นบากบั่นและมี “แวว” จนเหลือ 3,000คน จากนั้นก็เข้าเรียนหลักสูตรเข้มข้นเต็มเวลาด้านการเขียนโปรแกรมเป็นเวลา 4 อาทิตย์ เพื่อตัดให้เหลือ 1,000 คน ในปีต่อมาก็ไม่ลดความร้อนแรงแต่รับได้ปีละ 1,000 คนเท่านั้น

        การเรียนรู้ที่ “University 42” อาศัย project-based learning และการเรียนรู้จากกัน และกัน นักศึกษาต้องทำงานโปรเจ็คหนักมาก ทีมละ 5-6 คน ชนิดไม่ได้หลับไม่ได้นอนเป็นอาทิตย์ โปรเจ็คมาจากของจริง เช่น ให้พัฒนาซอฟต์แวร์โปรแกรมของโทรศัพท์บางรุ่นที่ล้าสมัยให้ทำงานได้กว้างขวางขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น “University 42” ย้ำว่านักศึกษาเป็นเจ้าของ intellectual property rights ที่เกิดขึ้น เพราะไม่ต้องการหาประโยชน์จากนักศึกษาหากต้องการสร้างนักพัฒนาซอฟต์แวร์ระดับยอดของโลกที่ออกไปทำงานจริง ๆ ได้ทันที

        ไอเดียของ “University 42” ได้รับการต้อนรับดีมาก โดยเฉพาะจากภาคอุตสาหกรรมที่ขาดโปรแกรมเมอร์รุนแรง ทดลองไปปีเดียวก็เกิดไอเดียว่าทำไมไม่ไปเปิดบ้างที่ Silicon Valley ใกล้ Stanford University ในรัฐคาลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเทคโนโลยี IT ที่ใหญ่ที่สุดของโลก

        “42 Silicon Valley” คือแคมปัสในสหรัฐอเมริกาของกลุ่ม 42 ซึ่งให้การสนับสนุนทั้งทุนและรูปแบบการศึกษา โดยจัดตั้งเป็นองค์กรที่ไม่มุ่งหวังกำไรในรัฐคาลิฟอร์เนีย ตั้งอยู่ที่เมือง Fremont ในแถบSan Francisco Bay ซึ่งอยู่ไม่ห่างจาก Silicon Valley

        เหตุที่ชื่อ 42 ก็เพราะในนิยายวิทยาศาสตร์ ชื่อ “The Hitchhiker’s Guide to the Galaxy” เขียนโดยนักเขียนอังกฤษ Douglas Adams (ผู้ริเริ่มทำเป็นรายการวิทยุเป็นตอน ๆ ประมาณปี 1978 ต่อมาเป็นทั้งละคร การ์ตูน ทีวีซีรี่ย์ ภาพยนตร์ เกมส์วีดีโอ และหนังสือ) ในเรื่องนี้มีตัวละครถามซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ว่า “อะไรคือคำตอบสุดท้ายของคำถามเกี่ยวกับชีวิต จักรวาลและทุก ๆ สิ่ง” Deep Thought ซึ่งเป็นชื่อของซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ใช้เวลาคิดอยู่ 7.5 ล้านปี และให้คำตอบว่า “42”

        “University 42” ถึงจะไม่มีอาจารย์ประจำแต่ก็มีผู้เชี่ยวชาญจากอุตสาหกรรมผู้ใช้ประโยชน์และจากมหาวิทยาลัยคอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับโปรเจ็คที่มอบให้นักศึกษาไปทำ ตลอดจนเนื้อหาของการเรียนรู้และทักษะที่นักศึกษาต้องมี นักศึกษาจะเรียนจบหากได้แต้มสะสมครบตามที่ระบุไว้ แต้มเหล่านี้ก็ได้มาจากการตรวจสอบแก้ไขโปรเจ็คของเพื่อนนักศึกษา

        ยังไม่ทันที่นักศึกษาเรียน 3-5 ปี เพื่อจบออกมาก็มีการลาออกไปทำงานเพราะมีคนมาซื้อตัวอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งผู้บริหาร “University 42” ก็มิได้ว่าอะไร เพราะเป็นการให้ทุนที่ไม่มี ข้อผูกพัน Xavier Niel เศรษฐีใจบุญเน้นเรื่องการให้เรียนฟรีพร้อมที่อยู่และอาหาร เพราะเขาเห็นว่าในฝรั่งเศสมีเด็กที่มีคุณสมบัติที่จะเลื่อนชั้นขึ้นไปในสังคมด้วยความสามารถของตนเองได้ แต่ขาดโอกาสอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะไม่ได้เรียนในโรงเรียนมัธยม และสถาบันการศึกษาขั้นสูงที่มีชื่อเสียง

        กลุ่มผู้เชี่ยวชาญบอกว่าการเขียนโปรแกรมเป็นศิลป์มากกว่าวิทยาศาสตร์ ความรู้เรื่องคณิตศาสตร์ขั้นสูงเป็นสิ่งไม่จำเป็น การเรียนรู้ที่มาจากประสบการณ์ที่กว้างขวางและความสามารถร่วมทำงานเป็นทีมกับผู้อื่นเป็นเรื่องสำคัญกว่า

        การพัฒนาซอฟต์แวร์โปรแกรมเป็นเรื่องที่ซับซ้อน ต้องการความละเอียดรอบคอบและจินตนาการที่จะทำให้เรื่องยืดยาวเป็นเรื่องกะทัดรัด ลองดูตัวอย่างต่อไปนี้ (ก) ในการผลิตแอพพลิเคชั่นหนึ่ง ๆ ซึ่งเป็นฃอฟต์แวร์เพื่อสั่งให้ iPhone ทำงานโดยเฉลี่ยใช้ไม่เกิน 50,000 บันทัดของ coding (ข) Google มีคำสั่งเพื่อให้บริการทั้งหมดประมาณ 2,000 ล้านบันทัดของ coding (ค) ซอฟต์แวร์ Photoshop เวอร์ชั่นแรกใช้ประมาณ 12 ล้านบันทัดของ coding (ง) facebook ใช้ประมาณ 50.6 ล้านบันทัดของ coding (จ) ซอฟต์แวร์สำหรับการบินของ เครื่องบิน Boeing 787 ใช้ประมาณกว่า 10 ล้านบันทัดของ coding

        1 ล้านบันทัดของ coding เท่ากับกระดาษพิมพ์ข้อความ 18,000 หน้า ดังนั้นซอฟต์แวร์ของ facebook หากพิมพ์ออกมาจะเป็นกระดาษที่บรรจุคำสั่งที่ทำให้ facebook ทำงานรวมประมาณ 910,800 หน้า

        การเขียนซอฟต์แวร์ตัวหนึ่งต้องแบ่งกันเขียน coding เป็นสิบเป็นร้อยคน และต้องเอามาต่อกันให้ทำงานได้อย่างไม่มีรอยต่อ ไม่มีจุดบกพร่อง ต้องตรวจ ต้องแก้ไข ดังนั้นจึงกินเวลาและใช้ทักษะสูง ปัจจุบันในโลกเรามีการพัฒนาซอฟต์แวร์อยู่นับเป็นแสน ๆ โครงการตลอดเวลา ความต้องการโปรแกรมเมอร์จึงมีมากมาย อย่างไม่สิ้นสุด

        ปัจจุบันโครงการแนว 42 เกิดขึ้นใน Romania, South Africa, Ukraine, Bulgaria, the Netherlands, Tunisia และกำลังคิดจะเปิดกันในอีกหลายประเทศ

        ถ้ามีจำนวนนักศึกษาเรียนน้อยลงในมหาวิทยาลัยไทย เราก็ต้องปรับวิธีคิดใหม่ ลดการผลิตปริญญาหันมาเพิ่มการสอนนานาทักษะสำหรับคนรุ่นใหม่และประชาชนตามที่สังคมต้องการ สอง ”วิกฤต” ก็สามารถกลายเป็นหลาย “โอกาส” ได้

 

จำนวนการเยี่ยมชม 709053 ครั้ง