วรากรณ์ สามโกเศศ

วรากรณ์-วีรกร ตรีเศศ



คอลัมน์ “อาหารสมอง” กรุงเทพธุรกิจ > น้ำลดตอผุดในมาเลเซีย

วรากรณ์ สามโกเศศ
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
22 พฤษภาคม 2561

          การเมืองมาเลเซียพลิกล็อค ล้มคว่ำนายกรัฐมนตรีนาจีบ ราซัค เพราะสหพรรคตรงข้ามรัฐบาลรวมกันได้ส.ส. จากการเลือกตั้งจำนวนเกินกว่าครึ่งหนึ่งคือ 111 ในจำนวน 222 คนแล้วอย่างแน่นอน ถ้าใครคิดว่าการเมืองไทยก็อาจมีโอกาสอย่างเดียวกันได้ กรุณาอ่านข้อมูลอันเลวร้ายสุดประกอบตัวนายนาจีบเพื่อการพิจารณา

          ขอนำเนื้อหาของบทความที่ผู้เขียนเคยเขียนไว้เมื่อ 2 ปี กว่ามาแล้วมาปรับปรุงเพิ่มเติมเพื่อความเข้าใจว่าเหตุใดคนมาเลเซียจึงรับนายนาจีบไม่ได้เลยเพราะการคอรัปชั่น เรื่อง ชู้สาว ฆาตกรรม และการลุแก่อำนาจ

          หนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal ลงข่าวเมื่อกลางปี 2558 ว่ามีเงินไหลจากกองทุนที่มีชื่อว่า 1MDB (1Malaysia Development Berhad) จำนวน 700 ล้านเหรียญสหรัฐเข้าบัญชีส่วนตัวของนายกรัฐมนตรี

          กองทุน 1MDB ตั้งโดยนายนาจีบในปี 2008 โดยใช้เงินรัฐบาลเมื่อตอนเขาเป็นรองนายกรัฐมนตรีเพื่อให้เกิดการลงทุนในตะวันออกกลาง หลังจากตั้งไม่นานก็ก่อหนี้มูลค่า 11,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อผิดพลาดในการซื้อทรัพย์สินในด้านพลังงานและอสังหาริมทรัพย์

          กองทุน 1MDB อื้อฉาวในหลายเรื่องเกี่ยวกับการใช้เงินกองทุนในลักษณะซื้อทรัพย์สินจากเพื่อนเศรษฐีที่คุ้นเคยผู้บริหารกองทุนในราคาแพงแต่เวลาขายกลับขายราคาถูกจนหนี้ท่วมกองทุน นอกจากนี้ยังยักย้ายถ่ายเทเงินแบบซ่อนเงื่อนเข้าบัญชีนายนาจีบ

          อื้อฉาวเรื่องเงินทองไม่พอ คดีเก่าที่ค้างคาใจคนมานานก็เริ่มมีการขุดขึ้นมาเพื่อเล่นงานนายนาจีบ เรื่องก็มีอยู่ว่าในปลายปี ค.ศ. 2006 มีล่ามแสนสวยชาวมงโกเลียถูกฆ่าอย่างทารุณ และเมื่อพิสูจน์ศพก็พบว่าเธอกำลังท้องอยู่ ตำรวจถูกแรงกดดันให้เหยียบเบรคในคดีฆาตกรรมนี้ถึงแม้จะรู้ตัวฆาตกรแล้วก็ตามที

          
          ในกลางปี 2007 เมื่อคดีถึงศาลมีคำให้การพาดพิงว่ารองนายกรัฐมนตรีนาจีบเกี่ยวพันกับคดีฆาตกรรมนี้ และมีรูปถ่ายกับเธอที่มีชื่อว่า Altantuya Shaariibuu อย่างไรก็ดีมีความพยายามของฝ่ายรัฐที่จะลากคดีให้ยาวขึ้น ยิ่งสาวก็ยิ่งนำไปสู่หลายคำถามที่หาคำตอบไม่ได้ ประชาชนข้องใจว่าเมื่อรองนายกนาจีบปฏิเสธการเกี่ยวพันแต่เหตุใดจึงไม่ยอมให้การในศาล ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการกล่าวหาอีกว่าภรรยาของเขาอยู่ในเหตุการณ์ขณะที่เธอถูกฆ่าอีกด้วย

          มีข่าวลือหลายกระแสตลอดเวลากว่า 10 ปี ที่ผ่านมา ที่หนักสุดคือการเขียน Blog ของอดีตนายกรัฐมนตรีมหาเดย์ว่าสมควรรื้อฟื้นคดีฆาตกรรมนี้ขึ้นมาว่าจริง ๆ แล้วใครเป็นคนสั่งฆ่า ซึ่งสอดคล้องกับการเปิดเผยของอดีตนายตำรวจที่ถูกคุมขังอยู่ในคุกที่ซิดนีย์หลังจากศาลมาเลเซียสั่งประหารชีวิตด้วยการแขวนคอร่วมกับเพื่อนตำรวจอีกคนในคดีนี้ ซึ่งทั้งสองเป็นอดีตบอร์ดี้การ์ดของ นายนาจีบ เขาบอกว่ามีนายใหญ่สั่งให้เขาฆ่าโดยไม่ยอมเปิดเผยชื่อ เขาสารภาพว่าร่วมกับเพื่อนใช้ปืนยิงศีรษะ 2 นัด และระเบิดร่างซ้ำอีกครั้ง มิใยที่เธอจะคุกเข่าขอชีวิตว่ากำลังท้องอยู่ก็ตาม

          คำกล่าวหาก็คือเธอถูกฆ่าปิดปากเพราะกลัวว่าจะไปเปิดเผยเรื่องการรับ “เงินทอน” ของผู้ใหญ่และขอส่วนแบ่งจากการซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ จากฝรั่งเศสและสเปนมูลค่า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วงที่นายนาจีบเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แค่นั้นยังไม่พอ อดีตนายกรัฐมนตรีมหาเดย์ยังวิจารณ์การซื้อเครื่องบินเจ็ทเพิ่มเติมอีกว่าไม่ใช่เรื่องจำเป็นเพราะมีเพียงพอแล้ว

          ถึงแม้หลักฐานคอรัปชั่นของนายนาจีบมาจากสื่อตะวันตกที่มีชื่อเสียงอย่าง The Wall Street Journal อย่างน่าเชื่อถือ แต่นายนาจีบและพวกก็ไม่สะทกสะท้าน พร้อมกับใช้อำนาจขู่เข็ญสื่อต่างประเทศและในประเทศ และตั้งเจ้าหน้าที่และคณะกรรมการซึ่งเป็นพรรคพวกของตนขึ้นมา “ฟอกตัว” นอกจากนี้ยังออกกฎหมายความมั่นคงเพื่อปิดปากผู้ตั้งคำถามเกี่ยวกับคอรัปชั่นและฆาตกรรม การลุแก่อำนาจขนานใหญ่พร้อมทั้งการไม่แชเชือนในการอธิบายว่าเงินในบัญชีของเขาจำนวนมากมายมาจากไหน(การอ้างว่าเจ้าชายซาอุดิอารเบียเป็นผู้ให้นั้นไม่มีใครเชื่อ )จนสร้างความเอือมระอาให้แก่ประชาชนมาเลเซียผู้รู้ทันเป็นอย่างมาก          

          ลูกพี่เก่าคือ ดร.มหาเดย์ ผู้ได้เลือกเขาเป็นทายาทรับไม่ได้ จึงกัดฟันออกมาต่อสู้ใน วัยเกือบ 93 ปี โดยจับมือกับฝ่ายค้านซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามกับตนมายาวนานเพื่อโค่นล้มนายนาจีบและก็ประสบผลสำเร็จ

          เมื่อน้ำลดตอก็ต้องผุดเป็นธรรมดา จากคำแถลงของ ดร.มหาเดย์ นายนาจีบจะโดนดำเนินคดีต่าง ๆ อย่างแน่นอน ขณะนี้ก็โดนห้ามเดินทางออกนอกประเทศเพราะกลัวหนีแล้ว จากนี้ไปเรื่องราวคงเข้มข้นขึ้นเป็นลำดับ

          ความเลวร้ายที่นายนาจีบได้กระทำไว้เป็นสาเหตุสำคัญของความพ่ายแพ้การเลือกตั้งอย่างแน่นอน ผู้นำประเทศจะเป็นไปถึงเพียงนี้ได้ต้อง “ใจกล้า-หน้าทน-กล้าผจญความเครียด”
 

 

 

 

จำนวนการเยี่ยมชม 735622 ครั้ง