วรากรณ์ สามโกเศศ

วรากรณ์-วีรกร ตรีเศศ



คอลัมน์ “อาหารสมอง” กรุงเทพธุรกิจ > สื่อสารกระชับและตรงจุด

วรากรณ์  สามโกเศศ
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
4 กันยายน 2561

          ความกระชับ ความสั้น และตรงจุดอย่างเห็นภาพคือสิ่งที่คนส่วนใหญ่ต้องการในการรับฟังความเห็น หรือข้อเสนอแนะจากผู้สื่อสาร แต่ในโลกจริงมันไม่เกิดขึ้นบ่อยครั้งเนื่องจากผู้สื่อสารหรือ ผู้พูดต้องการพูดอย่างที่ตนต้องการโดยไม่คำนึงถึงสิ่งที่ผู้ฟังต้องการฟัง เราจะทำอย่างไรกันดี

          Krogerus & Tschäppeler ใน Communication Book (2018) ให้ข้อเสนอแนะอย่างน่ารับฟังและนำไปต่อยอดเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพโดยเฉพาะเพื่อลดความน่าเบื่อหน่ายในการรับฟังซึ่งเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนขี้รำคาญเช่นผู้เขียน

          มนุษย์มีความกลัวที่สุดอยู่ 3 เรื่องด้วยกันคือ (1) รักใครสักคนแล้วกลัวเขาไม่รักตอบ (2) มองหาคนเป็นเพื่อนแต่ไม่พบและ(3) ไม่มีคนเข้าใจสิ่งที่พูดออกไป สองอย่างแรกไม่มีคำตอบให้ในที่นี้ แต่สำหรับ ข้อ (3) มีหลักอยู่ข้อหนึ่งของนักปรัชญาชาวอังกฤษชื่อ Paul Grice (1913-88) ผู้อุทิศตนเพื่อแก้ไขปัญหาข้อ (3) ในปี 1975 เขาเสนอกฎที่มีชื่อว่า Cooperative Principle ซึ่งเป็นกฎพื้นฐานของการสื่อสารที่ใช้ได้ผล

          เขาบอกว่าในพื้นฐานนั้นทั้งผู้ฟังและผู้พูดต้องการที่จะร่วมมือกันในการสื่อสารอยู่แล้ว กล่าวคือคนหนึ่งต้องการให้สิ่งที่ตนพูดไปมีคนเข้าใจ และอีกคนก็ต้องการจะเข้าใจ ดังนั้นเพื่อที่จะทำให้การสื่อสารดังว่าได้ผล Grice เสนอกฎเล็ก ๆ 4 ข้อสำหรับการสื่อสารให้เข้าใจกันกล่าวคือ

          (1) กฎด้านปริมาณ : พูดอย่างพอดีๆเพื่อให้คู่สื่อสารเข้าใจ อย่าพูดมากเกินไปเพราะจะก่อให้เกิดความสับสน

          (2) กฎด้านคุณภาพ : พูดความจริง อย่าคาดเดา หรือหลอกให้อีกฝ่ายเชื่ออย่างผิดไปจากสิ่งที่ควรจะเป็น

          (3) กฎด้านความเกี่ยวพัน : อย่าพูดนอกเรื่อง หรือเปลี่ยนเรื่องพูด

          (4) กฎด้านท่าที : หลีกเลี่ยงความกำกวม ความไม่ชัดเจน การใช้คำศัพท์ที่หรูหรา ฟุ้งเฟ้อ จงอยู่กับตรรกะของเรื่องที่กำลังพูด

          ถ้าทำตามกฎข้างต้นนี้โดยทั่วไปแล้วผู้คนจะเข้าใจสิ่งที่เราพูดออกไป สิ่งสำคัญก็คือพูดเฉพาะเรื่องที่จริง สำคัญ และพูดอย่างง่าย ๆ และชัดเจน

          จากการสังเกตของผู้เขียน ถึงแม้ทุกคนจะพูดตามกฎ 4 ข้อนี้แล้ว แต่ก็รู้สึกเหนื่อยหน่ายอยู่บ่อย ๆเมื่อมีการประชุมโดยเฉพาะที่ยาวนาน และขาดการนำและการกำกับที่มีประสิทธิภาพของผู้ดำเนินการประชุม

          การประชุมนั้นมี 3 ชนิดด้วยกัน กล่าวคือ (1) ประชุมเพื่อให้ผู้เข้าร่วมรับทราบข้อมูล ข่าวสาร (2) ประชุมเพื่อถกแถลง กล่าวคือตั้งใจที่จะให้มีการพูดจาเพื่อหาข้อสรุป เพื่อกำหนดทิศทาง หรือรับทราบข้อมูลตอบกลับ (3) ประชุมเพื่อร่วมกันพิจารณาข้อเสนอ

          การประชุมส่วนใหญ่มักมี 3 ส่วนนี้ปนกัน การที่เกิดความเยิ่นเย้อยืดยาวและปวดหัวก็เพราะผู้เข้าร่วมประชุมบางส่วนไม่รู้ว่าส่วนที่กำลังพูดอยู่นั้นเป็นการประชุมชนิดใด เช่นพูดมากในการประชุมชนิดที่ (1) ทั้งที่เป็นการประชุมเพื่อให้รับทราบ บ่อยครั้งผู้พูดฟุ้งเฟ้อกับไอเดียของตนทั้งที่เป็นการประชุมชนิด (3)ที่ต้องการให้อนุมัติข้อเสนอ (ของคนอื่นซึ่งไม่ใช่ของตน) พูดยืนยาวเยิ่นเย้อ (เป็นนิสัยประจำตัว ผู้พูด) พูดประเด็นซ้ำคนอื่นที่ได้มีการพูดไปแล้ว พูดมากและบ่อยครั้งอย่างไม่มีสาระพูดเพื่อสร้างความประทับใจในความสมองใสของตนเองและนำเสนออย่างยืดยาวทั้งที่เป็นการประชุมชนิด(1)

          การพูดอย่างสั้น กระชับ มีสาระตรงประเด็น ไม่พูดวกไปวนมาอย่างไม่พิจารณาความรู้สึกและความสนใจของผู้ร่วมประชุมประกอบกันเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การประชุมประสบความสำเร็จภายใต้การกำกับที่มีประสิทธิภาพของผู้ดำเนินการประชุมเพื่อให้เกิดการใช้เวลาที่เป็นประโยชน์

          ความสั้นและกระชับในการพูด การเขียน และการสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญในยุคปัจจุบันที่ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเร่งด่วน ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่เลื่อนไหลไปอย่างรวดเร็ว

          ครั้งหนึ่งในโลกไซเบอร์มีการประกวดเรื่องสั้นอย่างที่สุดโดยให้ใช้ไม่เกิน 6 คำ มีผู้เข้าร่วมประกวดมากมาย ผู้เขียนขอนำเรื่องสั้นที่สุดที่เห็นว่าเข้าท่ามาสื่อสารต่อดังนี้

          (1) “Dinner for two, widower and memories.” (ดินเนอร์สำหรับสองคน คือคนหม้ายและความทรงจำ)

          (2) “They lived happily ever after ,separately.” (และแล้ว...แบบนิทานตอนจบ.....ทั้งคู่ก็อยู่อย่างมีความสุขไปตลอดกาลนาน , อย่างแยกกันอยู่)

          (3) “Don’t marry her” warned Future me. (“อย่าแต่งงานกับเธอ” ตัวฉันในอนาคตเตือน)

          เจ้าของเรื่องสั้นที่สุด 6 คำที่เล่าขานกันมายาวนานว่าสุดยอดก็คือ Ernest Hemingway (นักเขียนรางวัลโนเบิล ค.ศ. 1954) เรื่องก็มีอยู่ว่า ครั้งหนึ่งเขานั่งกินเหล้าอยู่ในร้านชื่อ Luchow’s ในนิวยอร์กกับเพื่อนนักเขียน คุยกันถึงเรื่องความยาวที่เหมาะสมของนิยาย เขาบอกเพื่อนว่าเขาสามารถเขียนนิยายโดยใช้เพียง 6 คำเท่านั้น เพื่อน ๆ ไม่เชื่อและท้าพนันคนละ 10 เหรียญ Hemingway จึงเขียนลงบนกระดาษเช็ดปากว่า “For sale, baby shoes, never worn” (ประกาศขายรองเท้าทารก ยังไม่เคยใช้เลย)

          ความสั้นมิได้เป็นอุปสรรคในการสื่อสาร ทั้งหมดขึ้นอยู่กับว่าจะใช้มันอย่างไรเท่านั้น
 

 

จำนวนการเยี่ยมชม 747489 ครั้ง