วรากรณ์ สามโกเศศ

วรากรณ์-วีรกร ตรีเศศ



สิ่งละอันพันละน้อย 2562 > ชีวิตคือ ‘การถูกสุ่ม’

จากหนังสือสิ่งละอันพันละน้อย 2562
โดย รองศาสตราจารย์ ดร. วรากรณ์ สามโกเศศ
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

           ยิ่งเห็นชีวิตก็ยิ่งเห็นความไม่แน่นอนมากขึ้น บางคนเสียชีวิตง่ายดายอย่างไม่คาดฝันทั้งที่ร่างกายแข็งแรง บางคนร่างกายอ่อนแอแต่มีชีวิตยืนยาว การไม่สามารถพยากรณ์ชะตากรรมตนเองได้เป็นที่ทราบกันมานานจนต้องใช้วิธี “ปลงชีวิต” เป็นเครื่องมือในการต่อสู้เพื่อมีชีวิตต่อไปได้อย่างมีความสุขและสงบตามสมควร

           ผู้เขียนได้พบหนังสือเล่มหนึ่งนานมาแล้ว ในนั้นมีประโยคที่ถูกใจคือ “life is random” (ชีวิตคือการถูกสุ่ม) ยิ่งมีอายุมากขึ้นก็ยิ่งเห็นพ้องและท่องประโยคนี้อยู่บ่อย ๆ เมื่อพานพบสิ่งที่ไม่คาดฝัน

           randomness หรือการเกิดขึ้นของเหตุการณ์หนึ่งอย่างไม่มีแบบแผนหรือไม่สามารถพยากรณ์ได้คู่กับมนุษยชาติ เมื่อไม่สามารถอธิบายการเกิดอย่าง “เดาสุ่ม” ของมันได้ มนุษย์ก็พยายามหาคำอธิบาย บ้างก็ว่าเพราะพระเจ้ากำหนดให้เป็นเช่นนั้นบ้างก็บอกว่าเป็นเรื่องของเวรกรรมที่ตามมา และบ่อยครั้งก็ไม่สามารถอธิบายได้เลย

           ในข้อเขียนวันนี้จะไม่พาดพิงถึงหลักวิชาการทางสถิติ จะพูดถึงแต่เหตุการณ์หรือสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวมนุษย์เท่านั้น แต่กระนั้นก็ตามก็หลีกหนีวิชาสถิติไปไม่พ้น

           ถ้าหญิงชายคู่หนึ่งมีอายุเท่ากัน มีการดำ รงชีวิตที่คล้ายคลึงกันมากมาตลอดชีวิต แต่ผู้ชายเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจในวัยกลางสี่สิบปี เหตุการณ์อย่างนี้ถึงจะเป็น “การถูกสุ่ม” ให้ไปสวรรค์แต่อายุยังไม่มาก แต่ก็พอเข้าใจได้เพราะพันธุกรรมของเพศหญิงในวัยนี้ทำให้ยังไม่เป็นโรคหัวใจ

           อย่างไรก็ดีถ้าเดินทางด้วยรถยนต์ไปด้วยกันโดยนั่งข้างหลังและรัดเข็มขัดนิรภัย ผู้หญิงประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตแต่ผู้ชายรอด อย่างนี้เรียกได้ว่า “ชีวิตคือการการถูกสุ่ม “ เนื่องจากเกิดขึ้นอย่างไร้แบบแผนจนไม่สามารถพยากรณ์ได้ว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น

           อีกกรณีหนึ่งที่ชายตรวจร่างกายแล้วพบว่ามีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ไขมันในเลือดชนิดเลว (LDL) สูง ความดันโลหิตสูง โอกาสที่จะเป็นโรค NCD (Non-Communicable Diseases ซึ่งหมายถึงกลุ่มโรคซึ่งได้แก่ โรคเบาหวาน โรคไตโรคหัวใจ โรคมะเร็ง ฯลฯ) ในอนาคตมีสูง ดังนั้นหากเสียชีวิตด้วยโรคเหล่านี้พอเรียกได้ว่าชีวิตไม่ “ถูกสุ่ม” เพราะมีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดเหตุการณ์นี้อยู่แล้ว

           มองในเรื่องที่เป็นมงคล การที่คนหนึ่งเกิดมาโชคดี มีพ่อแม่ดูแลอุปถัมภ์ได้รับสิ่งดี ๆ ในชีวิตอยู่เสมอ ซึ่งตรงข้ามกับอีกคน อย่างนี้ก็เรียกได้ว่า “ชีวิตคือการถูกสุ่ม” ตอนที่อสุจิของพ่ออันเป็นสาเหตุแห่งการเกิดของตนนั้นฝ่าฟันต่อสู้แข่งขันกับพี่น้องอีก 250-280 ล้านตัว เพื่อปฏิสนธิกับไข่ของแม่หนึ่งฟองนั้น ตัวเราเองก็ไม่รู้เรื่อง และเลือกเกิดไม่ได้ เมื่อผลมันออกมาไม่ว่าจะเป็นชีวิตที่ดีหรือไม่ก็เป็นเรื่องการ“ถูกสุ่ม” โดยใครก็ไม่รู้ (Warren Buffett มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก เรียกลูกเขาว่าเป็นสมาชิกของ Lucky Sperms Club)

           มีผู้คนไม่น้อยในโลกเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่ดีกับตนเองทั้งที่เป็นคนดีอยู่ในศีลในสัตย์ก็ตัดพ้อว่า “โลกไม่เป็นธรรม” คนเหล่านี้อาจลืมไปว่า “life is random” เสมอและการถูกสุ่มหรือ randomness นั้นไม่มีคำว่าปราณี ไม่มีความทรงจำ ไม่มีเหตุมีผลไม่มีตรรกะ ฯลฯ มันเกิดของมันอย่างไม่มีแบบแผนและอย่างคาดคะเนไม่ได้

           บางคนอาจเถียงว่าการเจ็บป่วยและ/หรือเสียชีวิตด้วยโรคนั้นมีที่มาจากพฤติกรรมในการดำรงชีวิตหรือการติดเชื้อ หรือการผิดพลาดของการรักษา ฯลฯ ซึ่งก็มีส่วนจริง แต่อย่าลืมว่าบ่อยครั้งที่แพทย์เองก็อธิบายไม่ได้ว่าอะไรเป็นสาเหตุ ดังนั้นจึงไปลงที่ randomness อยู่บ่อย ๆ

           การผ่าตัดธรรมดา ๆ ที่ไม่ซับซ้อนก็อาจทำให้คนไข้เสียชีวิตได้ ความเป็นไปได้นั้นถึงจะมีอยู่ต่ำแต่มันก็เกิดขึ้นได้เสมอ เพราะ randomness นั้นมันทำงานอย่างไม่หลับไม่นอน

           Murphy’s Law ซึ่งบอกว่า If anything can go wrong, it will go wrong. (ถ้าจะมีอะไรที่สามารถผิดพลาดได้ มันจะเกิดขึ้น) นั้นทำงานเสมอ กฎข้อนี้โดยแท้จริงแล้วบอกว่า randomness มีอยู่ทุกแห่งหนและในทุกโอกาส จะสามารถเอาชนะมันได้เกือบทุกครั้งก็ด้วยการใช้ความรอบคอบเท่านั้น

           ผู้เขียนมีเพื่อนคนหนึ่งที่มีคาถาประจำใจว่า “อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด”ซึ่งตรงกับ “whatever will be, will be” ซึ่งหมายความถึงว่าเราไม่รู้อนาคต อะไรจะเกิดมันก็จะเกิด คาถานี้ทำให้สามารถยอมรับสิ่งเป็นลบที่เกิดขึ้นในชีวิตได้เป็นอย่างดีงานนี้อีกเช่นกันที่ randomness เป็นตัวละครสำคัญ

           ถ้ามนุษย์เราเข้าใจธรรมชาติของ randomness ว่ามันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ (คนทุกคนจะไม่เจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งนั้นมันเป็นไปไม่ได้ ต้องมีจำนวนหนึ่งที่“ถูกสุ่ม” ให้เป็น ถ้าดูแลสุขภาพตัวเองดี โอกาส “ถูกสุ่ม” อาจมีน้อยลงบ้างแต่ก็อาจหนีมันไม่ได้ก็เป็นได้) ความรู้ทางการแพทย์ก็ไม่สามารถอธิบายได้ทั้งหมดว่าเหตุใดคนบางคนจึงโชคร้าย

           สิ่งที่เรียกว่า known unknowns นั้นคือรู้ว่าไม่รู้อะไร เช่น ไม่รู้ว่ายีนส์ตัวใดอย่างชัดเจน หรือสิ่งใดหรือสารเคมีใดที่ทำให้มนุษย์มีอายุยืน รู้ว่าไม่มียาตัวเดียวที่รักษาทุกโรคมะเร็ง แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ unknown unknowns กล่าวคือไม่รู้ว่าเราไม่รู้อะไร (มีคนไม่น้อยที่ไม่รู้ว่าตนเองไม่รู้ กล่าวคือนึกว่าตนเองรู้ไปหมด ซึ่งโดยแท้จริงแล้วไม่รู้ว่าตนเองไม่รู้อะไรอีกมาก สำหรับบางคนนั้นรู้ทุกอย่าง ที่ไม่รู้อย่างเดียวก็คือไม่รู้จักตนเอง)

           นักวิทยาศาสตร์ชอบที่จะจัดการ known unknowns เพื่อทำให้มนุษย์มีความรู้มากขึ้นและเอาสรรพสิ่งมารับใช้มนุษย์ได้ดียิ่งขึ้น แต่ไม่ชอบจัดการกับunknown unknowns เพราะเป็นเรื่องยากกว่ามากที่จะรู้ว่าเราไม่รู้อะไร ตัวอย่างเช่น อาจมีสภาวะจิตใจลักษณะหนึ่งที่เอาชนะความเจ็บไข้ได้ทั้งหมดก็เป็นได้ แต่เราไม่รู้ว่าสภาวะจิตใจที่ว่านี้คืออะไร และการเอาชนะความเจ็บไข้นี้หมายความอย่างไร ปัญหาพื้นฐานก็คือถ้าเราไม่รู้ว่ามันมีตัวตนอยู่หรือไม่ เราก็ไม่รู้จะหามันได้อย่างไร ดังเช่นคนล้มป่วยลงด้วยโรคอะไรก็ไม่รู้ เมื่อไม่รู้สาเหตุก็ไม่สามารถรักษาได้

           ลักษณะของ unknown unknowns เช่นนี้แหละที่ทำให้เราไม่สามารถอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับชีวิตเรา ดังนั้น randomness จึงมีบทบาทในใจของเรามากยิ่งขึ้นเพราะเราไม่รู้จะโทษใคร เนื่องจากเราเต็มไปด้วยความไม่รู้

           การยอมรับว่า “ชีวิตคือการถูกสุ่ม” ทำให้จิตใจเราสงบขึ้น แต่ก็ไม่ควรยอมรับให้มันกำหนดชะตาชีวิตของเราไปเสียทั้งหมด ในขอบเขตหนึ่งเราต้องกำหนดเองให้ได้ ส่วนที่เหลือนั้นก็ต้องยอมให้ “ถูกสุ่ม” อย่างหน้าชื่นตาบาน

 

There are two great days in a person’s life ____the day we are
born and the day we discover why.
มีสองวันที่ยิ่งใหญ่สุดในชีวิตของคน ๆ หนึ่ง นั่นก็คือวันที่เกิดมา
กับวันที่ค้นพบว่าเกิดมาเพื่ออะไร
William Barclay
(นักเขียนชาวสก๊อต ค.ศ.1907-1978)

ดีแล้วเก่งนั้นเกิดขึ้นได้ไม่ยาก
แต่หากเก่งแล้วจะให้ดีนั้นทำได้ยากกว่า
ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา

Youth has no age.
ความเป็นหนุ่มเป็นสาวไม่มีขีดอายุ
Pablo Picasso
(จิตรกรเอกของโลก ค.ศ.1881-1973)

I don’t have bad handwriting, I’m just using my own font.
ผมไม่ได้มีลายมือไม่ดี ผมเพียงกำลังใช้ฟอนท์ของผมเอง

Lifelong learning for the lifelong love of learning.
การเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อรักการเรียนรู้ตลอดไป

If you don’t enjoy what you have,
how could you be happier with more?
ถ้าคุณยังไม่อาจหาความสุขได้จากสิ่งที่มีอยู่
แล้วคุณจะมีความสุขมากขึ้นเมื่อมีมากกว่านี้ได้อย่างไร

  ...........................................................................

ข้อเขียนในสิ่งละอันพันละน้อย 2562

 

จำนวนการเยี่ยมชม 791143 ครั้ง