วรากรณ์ สามโกเศศ

วรากรณ์-วีรกร ตรีเศศ



สิ่งละอันพันละน้อย 2562 > แสวงหายาอายุวัฒนะ

จากหนังสือสิ่งละอันพันละน้อย 2562
โดย รองศาสตราจารย์ ดร. วรากรณ์ สามโกเศศ

          มนุษย์ปรารถนาจะมีอายุยืนยาวโดยพอจะรู้ว่าต้องดำรงชีวิตอย่างไร แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่อาจทำได้เพราะพลังจากนิสัยความเคยชินและรสนิยมในการบริโภคของต้องห้ามนั้นแรงมาก ในปัจจุบันมนุษย์จึงแสวงหายาอายุวัฒนะที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุน มนุษย์จะสามารถเอาชนะชะตากรรมแห่งความเสื่อมของร่างกายได้หรือไม่เป็นเรื่องที่น่าติดตาม

          ปัจจุบันอายุขัยเฉลี่ยของชาวโลกอยู่ที่ 71.4 ปี ซึ่งหมายความว่าบางแห่งสมาชิกมีอายุขัยต่ำกว่านี้ และบางแห่งสูงกว่านี้ มีอยู่ 5 แห่งในโลกที่เป็นแหล่งของผู้มีอายุยืนและอยู่อย่างมีสุขภาพดีอีกด้วยตามข้อมูลจากหนังสือชื่อ The Blue Zone Solution (2015) โดย Dan Buettner

          แห่งแรก คือ เมือง Sadinia ในอิตาลี มีสัดส่วนของชายที่อายุเกินกว่า 100 สูงที่สุดในโลก อาหารส่วนใหญ่มีพืชผักเป็นหลัก ออกกำลัง และมีความใกล้ชิดอบอุ่นของครอบครัว

          คนเหล่านี้มีอาชีพเลี้ยงแกะ วันหนึ่ง ๆ เดินไม่ต่ำกว่า 8 กิโลเมตร ที่น่าสังเกตก็คือชายที่มีลูกสาวดูแลเป็นอย่างดี (ไม่ใช่ภรรยาเพราะอาจแก่เท่าเทียมกันจนดูไม่ไหว) มักมีชีวิตยืนยาวกว่าเพื่อนบ้าน

          นักวิทยาศาสตร์พบว่าคนในบริเวณนี้มียีนส์ตัวที่มีชื่อว่า M26 ซึ่งโยงใยกับการมีชีวิตยืนยาวถ่ายทอดกันลงมาจากบรรพบุรุษ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่มีการผสมกันอย่างเหมาะเจาะระหว่างยีนส์ที่ดี อาหารที่เหมาะสม การออกกำลัง และความสุขทางใจ

          แห่งที่สอง คือ เกาะ Okinawa ญี่ปุ่น ความผูกพันช่วยเหลือกันอย่างใกล้ชิดเป็นวัฒนธรรมเด่นของชาวเกาะนี้ เครือข่ายความสัมพันธ์ที่ถักทอกันอย่างอบอุ่นที่เรียกกันว่า Moai ให้กำลังใจสนับสนุนกันตลอดชีวิตจนช่วยลดความเครียด และร่วมกันสร้างนิสัยดูแลสุขภาพที่เหมาะสม สิ่งที่เกิดตามมาก็คือผู้หญิงมีอายุยืนที่สุดในโลก จำนวนไม่น้อยมีอายุเกินกว่า 100 ปี

          แห่งที่สาม คือ เมือง Nicoya ประเทศคอสตาริกา คนที่นี่หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารที่ผ่านกระบวนการปรุงแต่งและบริโภคถั่ว ข้าวโพดและผักตลอดจนผลไม้การบริโภคพืชผักที่อุดมด้วยสารอาหารครบหมู่ และการออกกำลังกลางแจ้ง ทำให้มีร่างกายแข็งแรง กอบกับชาวเมืองนี้มีอุดมการณ์ในการดำเนินชีวิตที่แข็งขันทำให้มีสุขภาพทั้งกายและใจดีจนส่วนใหญ่มีอายุ 90 ปี ขึ้นไป

          แห่งที่สี่ เมือง Loma Linda รัฐคาลิฟอเนียร์ เมืองนี้เป็น “เมืองหลวง” ของศาสนาคริสต์นิกาย The Seventh-day Adventist การมีหลักการดำเนินชีวิตซึ่งเน้นชุมชนตามศาสนา ทำให้ชาวเมืองนี้มีชีวิตยืนยาวกว่าคนอเมริกันทั่วไปประมาณ 10 ปี หลายคนในเมืองนี้ไม่บริโภคเนื้อ โดยกินพืชผัก และธัญพืชที่ผ่านกระบวนการขัดสีน้อย และถั่วเป็นหลัก

          แห่งที่ห้า คือ เมือง Ikaria ประเทศกรีก ความภาคภูมิใจอย่างยิ่งในการเป็นชาวเกาะ Ikaria ทำให้ชาวเมืองนี้พร้อมใจที่จะลงทุนให้กับชุมชน การนอนดึกโดยทดแทนด้วยการนอนกลางวัน และการบริโภคอาหารที่เรียกว่า Mediterranean (ผักผลไม้ปริมาณมาก ถั่ว ธัญพืชที่ผ่านกระบวนการขัดสีน้อย มันฝรั่ง และน้ำมันมะกอก)
อย่างเคร่งครัด ทำให้หนึ่งในสามของชาว Ikaria มีชีวิตอยู่ในวัย 90 ปี และส่วนใหญ่ปลอดภัยจากโรคอัลไซเมอร์ และการเจ็บป่วยเรื้อรัง

          กล่าวโดยสรุปก็คือคนอายุยืนมีสาเหตุจากอาหารที่บริโภค ความผูกพันทางสังคมกับผู้อื่น ความสุขทางจิตใจอันโยงใยกับศาสนา การปลอดจากความเครียด การมีอุดมการณ์ในการใช้ชีวิต การออกกำลังกาย และอาจมียีนส์อันเหมาะสมประกอบด้วยสำหรับคนใจร้อนที่ต้องการอยู่นาน ๆ แก่อย่างช้า ๆ อย่างมีสุขภาพดีโดยไม่ต้อง
ทำตัวเหมือนคนเหล่านี้ บัดนี้นักวิทยาศาสตร์ได้พบสารตัวหนึ่งที่มีชื่อว่า NAD+ (Nicotinamide Adenine Dinucleotide) โดยระบุว่าเป็นสิ่งที่ใกล้ที่สุดของการเป็นยาอายุวัฒนะที่มนุษย์แสวงหากันมายาวนานในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ นักวิจัยคนสำคัญคือ David Sinclair แห่ง Paul F. Glenn Center for The Biology of
Aging ที่ Harvard Medical School

          Sinclair บอกว่า NAD+ เป็นหนึ่งในโมเลกุลที่สำคัญที่สุดที่จะให้ชีวิตดำรงอยู่ ถ้าขาดมันมนุษย์จะตายใน 30 วินาที NAD+ เป็นโมเลกุลที่พบในเซลล์ที่มีชีวิตและสำคัญอย่างยิ่งในการกำกับควบคุมความแก่ของเซลล์ และดูแลให้ร่างกายทั้งหมดทำงานอย่างเป็นปกติ

          เมื่อมีอายุมากขึ้น ปริมาณ NAD+ ในร่างกายมนุษย์และสัตว์จะลดลงอย่างมากเป็นลำดับ เขาพบว่าหากเพิ่มปริมาณ NAD+ ในหนูที่มีอายุมากก็จะทำให้มันเป็นหนุ่มขึ้นและมีชีวิตยืนยาวกว่าที่คาดไว้

          วารสาร Science ฉบับมีนาคม 2017 พิมพ์เรื่องราวของ Sinclair และทีมงานที่ใส่บางหยดของสารเหลวที่เพิ่ม NAD+ ลงในน้ำให้หนูกลุ่มหนึ่งกิน ภายใน2 ชั่วโมงระดับ NAD+ ในหนูสูงขึ้นอย่างมาก และภายในหนึ่งอาทิตย์สัญญาณของความแก่ดังปรากฏในเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อของหนูแก่กลับสภาพไปถึงจุดที่ผู้วิจัยไม่สามารถบอกข้อแตกต่างระหว่างเนื้อเยื่อของหนูอายุ 2 ปี กับหนูอายุ 4 เดือนได้

          บัดนี้นักวิทยาศาสตร์อีกกลุ่มหนึ่งได้ทดลองกับมนุษย์โดยเลือกกลุ่มตัวอย่า งแบบเดาสุ่มและรายงานผลในวารสาร Nature ฉบับพฤศจิกายน 2017 ว่าคนที่กินอาหารเสริมทีมี่ NAD+ ทุกวันนัน้ ทำ ให้มรี ะดับ NAD+ ในร่างกายสงู ได้อย่างสม่ำ เสมอติดต่อกันเป็นเวลาถึง 2 เดือน

          ตัว Sinclair เองก็ทดลองกินอาหารเสริมทุกวันเพื่อเพิ่มระดับ NAD+ และพบว่าไม่มีอาการเมาค้าง หรือ jet lag จากการเดินทางดังที่เคยเป็น เขาพูดเร็วขึ้นและรู้สึกหนุ่มขึ้น พ่อของเขาที่อายุ 78 ก็ทดลองกินเช่นเดียวกันและรู้สึกหนุ่มขึ้นจนเดินป่าเขาอาทิตย์ละ 6 วัน และเดินทางไปทั่วโลก ขณะนี้เขากำลังขออนุมัติ FDA(U.S. Food and Drug Administration) ทำวิจัยในมนุษย์อย่างกว้างขวางขึ้น และจะผลิตเป็นเม็ดขายโดยอยู่ในรูปอาหารเสริม

          Sinclair มีคู่แข่งในเรื่อง NAD+ เพราะมีผู้ผลิตอาหารเสริมชื่อ Basis เพื่อช่วยยกระดับ NAD+ ออกมาขายแล้วโดยมีผู้อำนวยการสถาบันชื่อเดียวกันแต่อยู่ที่MIT เป็นผู้ผลิตและมีนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบิลหลายคนเป็นที่ปรึกษาสนับสนุนจนมีผู้วิจารณ์บริษัท Elysium ผู้ผลิต Basis ว่าไม่เหมาะสมเพราะยังไมมี่งานวิจัยพิสูจน์ว่าได้ผลในมนุษย์อย่างเด่นชัด

          NAD+ เป็นที่น่าสนใจของนักวิชาการมากในปัจจุบันเพราะดูจะมีความเป็นไปได้พอควรและไม่เป็นสารที่ FDA จัดว่าเป็นอันตราย NAD+ เป็นสารสังเคราะห์จากสารสกัดจากยีสต์และแบคทีเรียพิเศษบางตัว

          ระหว่างรอคอยผลงานวิจัย NAD+ กับมนุษย์ ก็ต้องระวังการโฆษณาสรรพคุณเกินความจริงเพราะอาจถูกหลอกให้เสียเงินก่อนเวลาอันควร NAD+ เป็นยาอายุวัฒนะจริงหรือไม่ อดใจอีกไม่นานก็คงรู้กัน

 

Truth and love will prevail over life and hate.
ความจริงและความรักจะเอาชนะคำโกหกและความเกลียดชัง
Václav Havel
(นักเขียนและอดีตประธานาธิบดีประเทศเชคโกสโลวาเกีย ค.ศ. 1936-2011)

If you would have a good wife,
marry one who has been a good daughter.
ถ้าอยากจะมีภรรยาดี
ก็จงแต่งงานกับคนที่เป็นลูกสาวที่ดี
Thomas Fuller
(นักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษ ค.ศ. 1608-1661)

In three words I can sum up everything I’ve learned about life
: it goes on.
ฉันสามารถสรุปทุกสิ่งที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับชีวิตได้สั้น ๆ ว่า
“ชีวิตดำเนินต่อไปเสมอ”
Robert Frost
(กวีเอกชาวอเมริกัน ค.ศ. 1874-1963)

Remember, happiness does not depend upon who you are
or what you have; it depends solely upon what you think.
จงจำไว้ว่าความสุขไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นใคร
หรือมีอะไร หากขึ้นอยู่กับสิ่งเดียวคือคุณคิดอะไร
Dale Carnegie (ค.ศ. 1888-1955)
ผู้เขียนหนังสืออมตะ “How to Win Friends and Influence People” (1936)

  ...........................................................................

ข้อเขียนในสิ่งละอันพันละน้อย 2562

 

จำนวนการเยี่ยมชม 879632 ครั้ง