วรากรณ์ สามโกเศศ

วรากรณ์-วีรกร ตรีเศศ



คอลัมน์ อาหารสมอง กรุงเทพธุรกิจ > ญี่ปุ่นเตรียมตัวโอลิมปิก

วรากรณ์  สามโกเศศ
6 สิงหาคม 2562

          ใครที่ได้เห็นคลิปสาวญี่ปุ่นใส่กิโมโนออกมาร้องเพลงสนุก ๆ และเต้นสไตล์สมัยใหม่ปนญี่ปุ่นทำนองล้อเลียนตนเองก็คงรู้ว่าโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพกำลังใกล้เข้ามาแล้ว ลองมาดูว่าเขาเตรียมตัวกันอย่างไร และมีอะไรเป็นข้อคิดบ้าง

          56 ปี หลังจากเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกที่โตเกียวซึ่งเป็นครั้งแรกของเอเชีย ญี่ปุ่นมีโอกาสอีกครั้งที่เมืองเดียวกันระหว่าง 24 กรกฎาคม-9 สิงหาคม 2020 ผู้จัดบอกว่าโอลิมปิกครั้งที่ 32 ในยุคสมัยใหม่นี้จะเป็นการจัดการที่ใช้นวตกรรมมากที่สุดที่เคยมีมาโดยอยู่บนพื้นฐาน 3 ข้อเพื่อเปลี่ยนโลก คือ (1) มุ่งมั่นพยายามสู่ความเป็นเลิศของแต่ละบุคคล (2) ยอมรับซึ่งกันและกันซึ่งจะนำไปสู่ความสามัคคีท่ามกลางความหลากหลาย (3) ส่งต่อมรดกสู่คนรุ่นต่อไป หรือเชื่อมต่อไปถึงพรุ่งนี้

          จาก 3 หลักการนี้ก็นำไปสู่การจัดงานที่มุ่งใช้นวตกรรมเป็นหลัก ตัวอย่างเช่น ใช้ก๊าซไฮโดรเจนเป็นพลังงานในการขับเคลื่อนรถโดยสารขนาดใหญ่รับส่งนักกีฬาโดยญี่ปุ่นมุ่งมั่นสู่การเป็น Hydrogen Society เพราะเป็นพลังงานที่สะอาด ไฮโดรเจนมาจากน้ำและกลับไปสู่สภาพน้ำ โอลิมปิคครั้งนี้เป็นโอกาสเปิดตัว

          ญี่ปุ่นพยายามใช้สถานที่เคยแข่งขันเมื่อครั้งปี 1964 ให้มากที่สุดโดยการปรับปรุงยกเครื่องให้เหมาะกับยุคสมัย (ประหยัดพลังงานและทรัพยากร เป็นภาระแก่โลกน้อยที่สุด) เช่น The Tokyo National Stadium ซึ่งเคยใช้เป็นสถานที่เปิดปิดและแข่งขันกีฬาหลายประเภทก็จะปรับปรุงครั้งใหญ่ถึงขนาดรื้อถอนและใช้ในพิธีเดียวกันอีกครั้ง Nippon Budōkan ที่มีชื่อเสียงสำหรับยูโด / Baji Koen Park สำหรับแข่งขันเกี่ยวกับม้า ฯลฯ

          ภายใต้แนวคิด 3 ข้อ ญี่ปุ่นได้ทำ 5 สิ่งสำคัญเพื่อการเตรียมตัวซึ่งได้แก่ (1) เพิ่มการศึกษาด้านภาษาอังกฤษในทุกระดับเพื่อการสื่อสารกับทีมผู้เข้าแข่งขันและต้อนรับแขกต่างชาติผู้มาดูกีฬาซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนนับแสน ๆ คน

          ใน 30 ปี ที่ผ่านมาคนญี่ปุ่นพูดภาษาอังกฤษได้มากขึ้น ตามถนนหนทางมีป้ายภาษาอังกฤษแทบทุกที่ สถานีรถไฟก็มีคนที่พูดภาษาอังกฤษได้และสถานการณ์บอกทิศทางด้วยธรรมชาติของความเอื้อเฟื้อของคนญี่ปุ่นแก่คนต่างชาติก็ยิ่งดีขึ้น หลายปีที่ผ่านมามีการพัฒนาภาษาอังกฤษในโรงเรียน บริษัท หน่วยบริหารของรัฐ ฯลฯ อย่างกว้างขวางจนน่าผลิตดอกออกผลอย่างงดงาม

          (2) ยกเครื่องปรับปรุงสถานที่มรดกวัฒนธรรม ถึงแม้ปกติทุกแห่งของสถานที่สำคัญก็มีการดูแลและพัฒนาปรับปรุงอยู่แล้วก็ตาม แต่ครั้งนี้จะยิ่งพัฒนายิ่งขึ้นเพื่อความสะดวกและการเข้าถึงของคนต่างชาติ (ไม่ต้องพัฒนาห้องน้ำอย่างหนักเหมือนเมื่อโอลิมปิกเกมส์ที่ปักกิ่งเมื่อปี 2008)

          (3) พัฒนาระบบการขนส่งและถนน ถึงแม้จะมีระบบที่เป็นเยี่ยมอยู่แล้ว แต่ในช่วงเวลาของการจัดงานก็จะมีบริการพิเศษเพิ่มเติม (ปกติสถานี Shinjuku มีคนใช้วันละ 1 ล้านคนอย่างแออัดอยู่แล้ว) ทั้งในการปรับปรุงตารางเวลา ความถี่ของขบวนรถไฟ และการก่อสร้างเพิ่มเติม ผู้จัดเน้นการลดความคับคั่งของการจราจรในทุกบริเวณที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขัน

          (4) เปลี่ยนกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในร้านอาหารโดยมีการออกกฎเพิ่มเติมจากที่มีอยู่แล้วไม่มากนักในเรื่องการสูบบุหรี่ในร้านอาหารเพื่อสุขภาพของคนไม่สูบ เรื่องนี้ถือได้ว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์มากพอควรเพราะคนญี่ปุ่นจำนวนมากสูบบุหรี่ อย่างไรก็ดีผู้จัดจำเป็นต้องออกกฎเพิ่มเติม โดยให้มีจำนวนบริเวณสูบบุหรี่กลางแจ้งมากยิ่งขึ้น และกระจายตัวกว้างขวางมากขึ้น

          (5) ขยายพื้นที่จัดการแข่งขัน ถึงแม้ว่าจะพยายามใช้สถานที่จัดกีฬาเก่า แต่บางสถานที่ก็ต้องรื้อทิ้งทั้งหมดและสร้างขึ้นใหม่ดังเช่น The National Olympic Stadium ที่ใช้เมื่อปี 1964 การปรับปรุงครั้งใหญ่เริ่มตั้งแต่ปี 2016 ขณะนี้เสร็จแล้ว จุคนได้ 68,000-80,000 คน

          จากการเตรียมตัวที่ดีมากโดยรู้ตัวว่าจะได้เป็นเจ้าภาพมากว่า 10 ปี เมื่อคณะกรรมการโอลิมปิกสากลเมื่อเร็ว ๆ นี้ไปตรวจจึงพอใจอย่างมากกับการเตรียมการที่ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ขณะนี้เหลือเวลาอีกไม่ถึง 1 ปี คนญี่ปุ่นมากกว่า 7.5 ล้านคน ได้ลงทะเบียนสำหรับการจับฉลากซื้อตั๋วล็อตแรก ทุกรายการแข่งขันคนญี่ปุ่นต้องการซื้อตั๋วมากกว่าตั๋วที่มีอย่างล้นหลาม ถ้ารวมนักท่องเที่ยวอีกนับแสนคนที่คาดว่าจะร่วมชมกีฬาก็จะเป็นปัญหาใหญ่พอควร (ญี่ปุ่นมีนักท่องเที่ยว 9 ล้านคน ในปี 2012 พุ่งขึ้นถึงกว่า 30 ล้าน ในปี 2018 และคาดว่าจะถึง 40 ล้านคน ก่อนปี 2020) ในช่วงกีฬาคาดว่าห้องของโรงแรมจะขาดแคลนกว่า 10,000 ห้อง ภาคเอกชนกำลังเตรียมการใช้เรือขนาดใหญ่หลายลำจอดริมฝั่งทะเลเพื่อใช้เป็นที่พักของนักท่องเที่ยวที่มาชมกีฬา

          ปัญหาใหญ่ทั้งผู้จัดและผู้แข่งขันกังวลก็คืออากาศหน้าร้อนของญี่ปุ่น ซึ่งร้อนจัดมากในบางช่วงเวลา และมีความชื้นสูง เมื่อปีที่ร้อนตอนที่มีคลื่นความร้อนผ่าน มีคนตาย 130 คน และ ป่วยเข้าโรงพยาบาล70,000 คน (น่าจะดีกว่าฟุตบอลโลกปี 2022 ที่การ์ต้าซึ่งอยู่กลางทะเลทราย)

          ในโลกทุนนิยม เมื่อมีดีมานด์ซึ่งจะก่อให้เกิดกำไรก็ย่อมมีสัพพลายสนองตอบ ขณะนี้มีบริษัทเอกชนที่รวบรวมสถิติอากาศหน้าร้อนของญี่ปุ่นในพื้นที่ต่าง ๆ ข้ามเวลา ตลอดจนระดับความชื้น ปริมาณฝน ความเร็วลม และข้อมูลประกอบทั้งหมดเพื่อเสนอขายคำพยากรณ์ของอากาศในวันที่แข่งในทุกสถานที่มีการแข่งขัน (เช่นนักกีฬามาราธอนจำเป็นต้องรู้ข้อมูล พยากรณ์ที่น่าเชื่อถืออย่างละเอียดเพื่อการฝึกซ้อมและเตรียมตัวในช่วงเวลา 2-3 ปี ก่อนที่จะถึง) ธุรกิจที่กล่าวถึงนี้เป็นเพียงหนึ่งในธุรกิจใหญ่ที่จะเกิดขึ้นสำหรับกีฬาโอลิมปิกซึ่งจะใช้นวตกรรมล้ำหน้ามากมาย

          กรรมการผู้จัด Tokyo Olympics ใช้เงินลงขันจากธุรกิจ 62 แห่ง เป็นเงิน 3,100 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเชื่อได้ว่าจะเห็นการเปิดตัวของนวตกรรมหลากหลายประเภทที่ใช้ในการจัดการแข่งขัน

          การพัฒนาสาระพัดเครื่องมือระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง การจัดกีฬาโอลืมปิก การพัฒนายานอวกาศ การพัฒนาอาวุธและการสื่อสารเพื่อสงคราม ฯลฯ ในที่สุดในหลายกรณีนำไปสู่การประยุกต์นวตกรรม และความรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของมวลมนุษย์

          สภาพอากาศเป็นปัจจัยภายนอกที่นักกีฬาทุกคนต้องเผชิญและต้องเอามันมาใช้ให้เป็นพลังบวกโดยการทำตัวให้สอดคล้องเพื่อชัยชนะ เช่นเดียวกับการดำเนินชีวิต การรู้สิ่งแวดล้อมภายนอกก่อนเวลาเพียงใด ก็ยิ่งจะเป็นประโยชน์ในการเตรียมตัวชีวิตต่อไปเพียงนั้น

          ผู้ใดเห็นสัจธรรมของชีวิตและตระหนักถึงสภาวะความชราได้อย่างท่องแท้ก่อนเวลาที่มาถึงเร็วเท่าใดก็ย่อมมีโอกาสเป็นผู้ “ชนะ” กล่าวคือมีความสุขใจและไม่เป็น “ภัย” แก่ลูกหลานเพียงนั้น
 

 

 

จำนวนการเยี่ยมชม 874131 ครั้ง