วรากรณ์ สามโกเศศ

วรากรณ์-วีรกร ตรีเศศ



คอลัมน์ อาหารสมอง กรุงเทพธุรกิจ > Word of The Year 2018

วรากรณ์  สามโกเศศ
10 กันยายน 2562

          ทุกปีในโลกที่ใช้ภาษาอังกฤษจะมีการสำรวจหาคำพูดแห่งปี (Word of The Year___WOTY) ซึ่งนอกจากจะเป็นการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์แล้วยังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของสังคมและวัฒนธรรมตลอดจนปรากฏการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นและความสนใจของประชาชนชาวโลกอีกด้วย WOTY ของปี 2018 น่าสนใจและมีนัยยะสำคัญในหลายลักษณะอีกด้วย

          ประเพณีประกาศ WOTY เริ่มในปี 1971 โดย The American Dialect Society ตามประเพณีเยอรมันที่เรียกว่า Wort des Jahres โดยพิจารณาจากคำหรือวลีที่ใชักันพิเศษในสาธารณะระหว่างปีนั้น ๆ คำที่ประกาศท้ายปีว่าเป็น WOTY มาจากการลงคะแนนอย่างอิสระของนักภาษาศาสตร์ ในเวลาต่อมาก็มีองค์กรอื่น ๆ กระทำตามจนได้รับความนิยมมากกว่า

          องค์กรซึ่งเป็นที่ยอมรับมากที่สุดในการประกาศ WOTY ก็คือ Oxford Dictionaries โดยเลือกคำหรือวลีซึ่งสะท้อนสปิริต อารมณ์ความรู้สึก และความนิยมในการใช้ในช่วงปีนั้นได้ดีที่สุด

          เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2018 Oxford Dictionaries ประกาศให้ WOTY ของปี 2018 คือ คำว่า “toxic” คำนี้เป็นคำคุณศัพท์หมายความสั้น ๆ ว่า “poisonous” หรือ “เป็นพิษ”

          คำนี้ปรากฏครั้งแรกในภาษาอังกฤษในศตวรรษที่ 17 จากรากภาษาละตินว่า “toxicus” ซึ่งหมายถึง “เป็นพิษ” “ใส่ยาพิษไว้” โดยมีที่มาจากคำในภาษากรีกโบราณซึ่งหมายถึงยาพิษที่ทาไว้ปลาย ลูกธนู กล่าวโดยสรุป “toxic” เกี่ยวพันกับเรื่องที่เป็นพิษ หรือก่อให้เกิดความเป็นพิษ

          เหตุผลที่ “toxic” ได้รับเลือกก็เพราะมีศักยภาพของการใช้อย่างถาวรในบริบทที่มีความสำคัญทางวัฒนธรรม การนิยมใช้ “toxic” ในปี 2018 โยงใยกับหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

          งานวิจัยของ Oxford Dictionaries พบว่ามีการค้นหาความหมายของ toxic เพิ่มขึ้นถึง 45% ผ่าน Oxforddictionaries.com ในรอบปี 2018 โดยเกี่ยวพันกับ 10 เรื่องมากที่สุดดังต่อไปนี้ สารเคมี ความเป็นชาย เนื้อหาสาระ กาซสิ่งแวดล้อม ความสัมพันธ์ วัฒนธรรม ขยะสาหร่าย และอากาศ

          การพูดถึงความเป็นพิษที่เกี่ยวกับสารเคมี (chemical toxic) มีมากที่สุดก็เพราะเกิดเหตุการณ์ฆ่าอดีตสายลับของรัสเซียและลูกในอังกฤษคือ Sergei Skripal และ Yulia Skripal โดยใช้กาซพิษ (nerve gas) จนพ่อเสียชีวิตและลูกสาวเจ็บหนัก เหตุการณ์นี้ส่งแรงกระทบไปทั่วโลกตะวันตก และเปิดประเด็นการเข้าถึงสต๊อกของสารพิษในโลก

          toxic chemical นำไปสู่เรื่อง toxic waste (ขยะพิษ) และการเผาไหม้ซึ่งสร้าง toxic gas คุณภาพของอากาศ สิ่งแวดล้อม สาหร่ายเป็นพิษ (สาหร่ายปริมาณมากไหลจากทะเลสาบ Okeechobee ในฟลอริดาลงทะเลจนทำลายสิ่งมีชีวิตในทะเล และอุตสาหกรรมท่องเที่ยว)

          นอกจากสิ่งเป็นพิษที่จับต้องได้แล้ว มนุษย์ปัจจุบันใช้ "toxic" กับสถานที่ทำงาน (toxic workplace) (วันศุกร์สุดแสนดีใจ แต่ภาวนาในคืนวันอาทิตย์ไม่ให้มีเช้าวันจันทร์) กับความสัมพันธ์ (toxic relationship) กับความเป็นชาย (toxic masculinity) ฯลฯ

          คำว่า “toxic” ในบริบทเหล่านี้ใช้กันมานานแล้วในภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะ toxic relationship และ toxic person (ไม่ว่าชายหรือหญิง) ซึ่งมีความหมายไปในทางลบ กล่าวคือเป็นพิษ ไม่เป็นคุณ บ่อนทำลาย ฯลฯ

          toxic relationship เกิดได้กับทุกความสัมพันธ์ไม่ว่าระหว่างคนรัก สามีภรรยา พ่อแม่ พี่น้อง ญาติมิตร ลูกน้องเจ้านาย ฯลฯ มันไม่ได้เกิดขึ้นทันที หากพัฒนาขึ้นมาทีละน้อยข้ามระยะเวลา เปรียบเสมือนแสงสว่างจากกลางวันค่อย ๆ มืดมิดสู่กลางคืนแบบไม่รู้ตัว สาเหตุก็เกิดขึ้นได้หลากหลาย ส่วนใหญ่มักเกิดจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายบกพร่องหลักธรรมของชีวิต ปล่อยให้โลภะ โทษะ โมหะ เข้าครอบงำ

          ความสัมพันธ์ที่ดีปราศจาก "toxic" ก็คงคล้ายกับความสุขในครอบครัว ดังบันทัดแรกของนิยาย Anna Karenina (1877) ของ Leo Tolstoy ที่กล่าวว่า “ครอบครัวทั้งหมดที่มีความสุขมีลักษณะที่เหมือนกัน ส่วนแต่ละครอบครัวที่ไม่มีความสุขต่างก็ไม่มีความสุขตามเส้นทางของตนเอง” (Happy families are all alike; every unhappy family is unhappy in its own way.)

          ความสัมพันธ์ที่ดีจะมีลักษณะที่คล้ายกัน เช่น มีความปรารถนาดีต่อกันอย่างจริงใจ มีความเห็นอกเห็นใจกัน มีความห่วงใยอาทรกัน ฯลฯ ส่วน toxic relationship เกิดขึ้นได้จากสาเหตุร้อยแปดพันประการ

          ตัวละครที่สามารถสร้างความเป็น "toxic "ได้ทุกเรื่องก็คือ toxic people พวกเขามีบุคลิกประจำตัวที่ไม่สร้างสรรค์ อันได้แก่ความไม่จริงใจ คำพูดที่สร้างความเจ็บปวด สร้างความร้าวฉาน มองเห็นโลกในแง่ลบ ความเห็นแก่ได้ และการไม่ให้เกียรติผู้อื่นซึ่งเป็นหัวใจของการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น

          มนุษย์ "toxic "เป็นคนน่าสงสารที่ควรให้ความเห็นอกเห็นใจแต่ก็ควรหลีกเลี่ยงให้มากที่สุดเพราะมักนำมาซึ่งปัญหาและความปวดใจแก่คนรอบข้าง toxic chemical เป็นอย่างใด toxic people ก็ประมาณนั้น

          ประเด็น toxic masculinity หรือความเป็นชายที่เป็นพิษดังที่ Oxford Dictionaries กล่าวถึงนั้นมีที่มาจากเรื่องการไต่สวนนาย Brett Kavanaugh โดยวุฒิสภาเพื่อแต่งตั้งเป็นผู้พิพากษาศาลสูงสุด (Supreme Court )ของสหรัฐอเมริกา และมีหญิงสาวกล่าวหาว่าเขาข่มขืนเธอเมื่อตอนเป็นวัยรุ่น เรื่องอื้อฉาวนำไปสู่ประเด็นเรื่องความเป็นชายที่เป็นพิษ

          "toxic เตือนใจให้นึกถึง toxic relationship และ toxic people เป็นพิเศษ ปัจจุบันมีข้อความกินใจจำนวนมากในโลกภาษาอังกฤษ เช่น Letting go of toxic people in your life is a big step in loving yourself. (Hussein Nishah____การปลดปล่อยคนเป็นพิษในชีวิตไปคือก้าวสำคัญในการรักตัวเอง)

          “Toxic people spread their toxin to you and then you, in return, become a wasteland like they are. (Body Focus____พวกคนเป็นพิษพ่นพิษใส่คุณและแล้วคุณก็จะกลายเป็นพสุธาไร้คุณค่าเหมือนเช่นที่พวกเขาเป็น)
 

 

 

จำนวนการเยี่ยมชม 879650 ครั้ง