วรากรณ์ สามโกเศศ

วรากรณ์-วีรกร ตรีเศศ



คอลัมน์ อาหารสมอง กรุงเทพธุรกิจ > จงดูแล “คู่ชีวิต” ที่เเท้จริง

วรากรณ์  สามโกเศศ
24 กันยายน 2562

          บ่อยครั้งที่เราละเลยการดูแลร่างกายของเราดังนั้นจึงกินดื่มและใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานจนสิ้นเปลืองชีวิต เมื่อมีคนมาเตือนให้ไม่ลืมดูแลร่างกายของเราเพราะมีเหตุผลอันสำคัญยิ่งจึงเป็นเรื่องที่ควรนำมาเล่าสู่กันฟัง

          Sri Sri Ravishankar กูรูชั้นนำของอินเดียผู้โด่งดังในโลกตะวันตกคนหนึ่งประพันธ์ข้อเขียนสั้น ๆ ที่มีชื่อว่า “Who is your life partner?” ไว้อย่างน่าฟัง ศิษย์มักเรียกเขาว่า “Sri Sri” (ศรี ศรี) ซึ่งไม่ใช่ชื่อตัว หากเป็นคำนำหน้าเพื่อให้เกียรติคล้ายกับ "กูรู" (guru ) หรือ “ครู” ซึ่งเป็นภาษาสันสกฤต

          “กูรู” ดูจะมีความหมายลึกซึ้งกว่า “ครู” โดยหมายถึงผู้ที่ขจัดความมืดและนำสู่แสงสว่าง ในบ้านเราคำว่า “ครู” มีความขลัง มีความศักดิ์สิทธิ์มากกว่า “อาจารย์” เเละเราใช้กันมาเนิ่นนาน เราไม่เคย “ไหว้อาจารย์” “ตอบแทนพระคุณอาจารย์” ไม่รู้จัก"วันอาจารย์" เรามีแต่ “ไหว้ครู” “ตอบแทนพระคุณครู” "วันครู"

          ชื่อจริงของ Sri Sri คือ Ravi Shankar โดย Ravi ก็คือ “รวี” ซึ่งหมายถึงพระอาทิตย์ (เกิด วันอาทิตย์) ส่วน Shankar นั้นตั้งชื่อตามนักบุญของฮินดูในศตวรรษที่ 8 ซึ่งเกิดวันเดียวกัน

          ท่าน Sri Sri เรียนจบปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์จาก St Joseph’s College ของ Bangalore University หลังจากเรียนจบก็ติดตาม "กูรู" Maharishi Mahesh Yogi ผู้มีชื่อเสียงในการพัฒนาวิธี นั่งสมาธิ เป็นผู้นำองค์กรนานาชาติระดับโลกและเผยแพร่คำสอนในด้านการสร้างสันติภาพและความสงบ หลังจากติดตามเดินทางไปทั่ว

          โลกอยู่หลายปีก็เริ่มงานของการเป็น"กูรู"เอง ด้วยการบรรยายและเปิดหลักสูตรสร้างประสบการณ์แสวงหาความสงบในชีวิตตั้งแต่ปี 1980 

          ท่าน Sri Sri ปัจจุบันอายุ 63 ปี เป็นผู้ก่อตั้งองค์กรการกุศลที่มีอาสาสมัครให้บริการสังคม ชื่อว่า The International Association for Human Values ปรัชญาของท่านก็คือ จิตวิญญาณ (spirituality) สร้างคุณค่าให้มนุษย์ชาติ เช่น ความรัก และความเห็นอกเห็นใจอย่างมีเมตตา สิ่งเหล่านี้ข้ามการนับถือศาสนาหรือวัฒนธรรม ความผูกพันของมนุษย์ผ่านจิตวิญญาณเป็นสิ่งสำคัญกว่าเรื่องเชื้อชาติ สัญชาติ เพศ ศาสนา อาชีพ ฯลฯ

          มีหนังสือหลายเล่มที่ท่าน Sri Sri เขียนซึ่งเป็นที่รู้จักกันกว้างขวางในโลกตะวันตก เช่น Celebrating Silence / An Intimate Note to the Sincere Seeker ฯลฯ ข้อเขียนสั้น ๆ ของท่าน Sri Sri ที่ผู้เขียนถอดความมาต่อไปนี้กล่าวถึงความจริงที่เรามักลืมไปจนเกิดความเสียหายที่เราไม่สามารถหมุนวันเวลากลับคืนมาได้

          ใครเป็นคู่ชีวิตที่แท้จริงของคุณ? แม่? พ่อ? ภรรยา? ลูกชาย? สามี? ลูกสาว? เพื่อน? ไม่ใช่สักคน คู่ชีวิตที่แท้จริงก็คือร่างกายของคุณ

          เมื่อร่างกายของคุณไม่ตอบสนองก็ไม่มีใครอยู่กับคุณ คุณกับร่างกายของคุณอยู่ด้วยกันตั้งแต่เกิดจนตาย คุณทำอะไรกับร่างกายของคุณเป็นความรับผิดชอบของคุณเอง และมันจะมีผลย้อนกลับมาถึงตัวคุณเสมอ

          ยิ่งคุณดูแลร่างกายของคุณดีเท่าใด ร่างกายของคุณก็จะยิ่งดูแลคุณดีขึ้นเพียงนั้น

          คุณกินอะไร คุณทำอะไรที่ทำให้ร่างกายอยู่ในสภาพที่ฟิต คุณจัดการกับความเครียดอย่างไร คุณให้การพักผ่อนแก่มันมากเพียงใด ทั้งหมดนี้เป็นตัวตัดสินว่าร่างกายของคุณจะตอบสนองอย่างไร

          จงจำไว้ว่าร่างกายของคุณเป็นที่อยู่ถาวรแห่งเดียวเท่านั้นที่คุณจะอยู่อาศัย

          ร่างกายของคุณคือทรัพย์สิน หนี้สิน ซึ่งจะไม่มีใครมาร่วมแชร์ได้เลย

          ร่างกายของคุณคือความรับผิดชอบของตัวคุณเองเพราะคุณคือคู่ชีวิตที่แท้จริงของมัน 

          จงมีร่างกายในสภาพที่ฟิต ดูแลตัวคุณเอง เงินมาแล้วก็ไป ญาติและมิตรไม่ใช่สิ่งที่ถาวร

          จงจำไว้ว่าไม่มีใครสามารถช่วยร่างกายของคุณได้นอกจากตัวคุณเอง

                    ควบคุมลมหายใจ - เพื่อปอด

                    นั่งสมาธิ - เพื่อใจ

                    โยคะ - เพื่อร่างกาย

                    การเดิน - เพื่อหัวใจ

                    อาหารที่ดี - เพื่อลำไส้

                    ความคิดที่ดี - เพื่อจิตวิญญาณ

                    กรรมดี - เพื่อโลก

          ข้อเขียนนี้เตือนให้นึกถึงวลีที่ว่า “ตัวฉันเท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของฉันได้ ไม่มีใครสามารถทำแทนฉันได้” ดังนั้นความมุ่งมั่นของตัวเราเองเท่านั้นที่จะทำให้เราสามารถดูแล “คู่ชีวิต” ของเราได้

          ลองดูสถิติที่มาจากตารางประกันชีวิตของคนอเมริกันต่อไปนี้เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความยาวของเวลาที่จะอยู่กับ “คู่ชีวิต” ของเรา (คนไทยที่ดูแลสุขภาพตนเองดีพอควร ไม่น่าจะมีสถิติที่แตกต่างจากนี้มากนัก)

          ถ้าวันนี้คุณมีอายุ 50 ปี คุณมีความเป็นไปได้ 0.92 (หรือ 92%) ที่จะมีอายุถึง 60 ปี หรือพูดอีกอย่างหนึ่งว่าคนอายุ 50 ปี ในวันนี้จำนวน 100 คน มีความเป็นไปได้ที่จะรอดไปถึงอายุ 60 ปี 92 คน (อีก 8 คน ลาจากไปก่อน)

          เมื่อถึงอายุ 60 ปี ก็มีความเป็นไปได้ 86% ที่จะอยู่ถึงอายุ 70 ปี (14 คน จากไปก่อนถึงอายุ 70 ปี) และอายุ 70 ปี เป็นจุดสำคัญที่เริ่มมีความแตกต่างระหว่างหญิงและชาย 

          สำหรับชายความเป็นไปได้ที่จะมีอายุถึง 80 ปี คือ 67% (จากอายุ 70 ปี มีชายจำนวนเพียง 2 ใน 3 ที่จะมีอายุถึง 80 ปี) ส่วนหญิงนั้นความเป็นไปได้ที่จะถึง 80 คือ 75% (หญิงอายุ 70 ปี มีโอกาสถึง 80 ปี เป็นจำนวน 3 ใน 4) 

          อายุ 80 ปี เป็นต้นไป ผู้ชายมีโอกาสถึง 90 ปีเพียง 20% (หรือ 1 ใน 5 พูดอีกอย่างว่าชายวัย 80 ปี 100 คน จะถึงอายุ 90 ปี 20 คน) สำหรับหญิงสถิติงดงามกว่าเพราะหญิงอายุ 80 ปี มีโอกาสถึง 90 ปี ถึง 33% หรือ 1 ใน 3 หญิงโดยทั่วไปในเกือบทุกสังคมมักมีอายุยืนกว่าชายเพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต้องการให้เธอได้มีความสุขสงบในบั้นปลายของชีวิต 

          ถ้าดูภาพอีกลักษณะ ถ้าวันนี้อายุ 50 ปี มีโอกาสมีอายุถึง 70 ปี ประมาณ 78% และมีความเป็นไปได้ถึงอายุ 80 ปีประมาณ 52%

          ตัวเลขเหล่านี้จะไม่เป็นจริงสำหรับตัวท่าน มันจะดีกว่านี้ถ้าท่านดูแล “คู่ชีวิต” ของท่านอย่างระมัดระวังตั้งแต่บัดนี้

 

 

จำนวนการเยี่ยมชม 879694 ครั้ง