วรากรณ์ สามโกเศศ

วรากรณ์-วีรกร ตรีเศศ



ลงทุนอย่างทันสมัย และสุขใจด้วยแนวคิด NobleObligation


โดย รศ.ดร.วรากรณ์  สามโกเศศ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

จาก The Leader of WEALTH (SCB ไทยพาณิชย์)

Issue 01, 2012  

Share

 

 

"การสร้างความมั่งคั่งให้ตนเองอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมควรเป็นเป้าหมายอันสูงส่งของเจ้าของความมั่งคั่งนั้น"

 

             การรู้จักบริหารความมั่งคั่งนำสู่ความมั่นคงในชีวิต    และเหนือกว่าความมั่นคงคือความสุขในชีวิต       ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ เจ้าของผลงาน เงินทองของ(ไม่)หมู,   เงินต่อเงิน,                  เงินไหลมา    ฯลฯ      และหนังสือเกี่ยวกับการจัดการการเงินส่วนบุคคลที่ติดอันดับหนังสือขายดีอีกหลายเล่มมอบแนวความคิดการลงทุนต้อนรับปี 2555  เพื่อทำให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง   ครอบครัว และสังคม

 ผู้นำแห่งความมั่งคั่ง

            ผมขอให้คำจำกัดความของ “wealth”หรือ “ความมั่งคั่ง”ว่าคือฐานที่จะทำให้เกิดความ มั่นคงในชีวิต     มนุษย์จะมีความสุขได้ต้องมีทรัพย์สินเงินทองเป็นพื้นฐานระดับหนึ่ง     และรู้จักนำสิ่งที่มีนั้นเป็นเครื่องมือนำไปสู่ความสุข      การมีทัศนคติที่ถูกต้องในการบริหารจัดการความมั่งคั่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

            ในความเห็นของผม      ผู้นำแห่งความมั่งคั่งควรมีแนวคิดเรื่อง Noble Obligation ซึ่งหมายถึงการต้องมีความผูกพันและรับผิดชอบอันสูงส่งในการนำความมั่งคั่งไปสร้างประโยชน์ให้แก่ตนเองและสังคม  

            ผู้ที่มีความมั่งคั่งคือคนที่โชคดีมาก    ยิ่งมีมากยิ่งต้องมีหน้าที่และความรับผิดชอบต่อสังคมมากกว่าผู้อื่น    อย่าลืมว่าความมั่งคั่งสามารถสร้างอันตรายให้ผู้คนได้    ยิ่งมีมากก็ยิ่งต้องระวังอันตรายมาก        การมีแนวคิดNoble Obligationซึ่งผมถือว่าเป็นศีลธรรมในระดับสูงสุดที่มนุษย์ควรมุ่งไปให้ถึงหรือศีลธรรม ระดับ 6* นั่นคือกระทำด้วยการสำนึกว่าเป็นสิ่งที่สมควรทำ    ไม่ต้องให้ใครหรืออะไรมาบังคับ    เป็นสิ่งที่เกิดจากความสำนึกของตนเอง    เป็นศีลธรรมระดับสูงสุดที่ควรต้องเข้าไปอยู่ในใจของผู้เป็นเจ้าของความมั่งคั่ง    รวมถึงการส่งต่อความคิดนี้ให้ลูกหลานของผู้เป็นเจ้าของความมั่งคั่งด้วย

สู่ความสำเร็จด้านการลงทุน

            การลงทุนเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเป็นการคิดถึงสิ่งที่จะเกิดต่อไปในอนาคต                     การลงทุนที่ดีในทัศนะผม     หนึ่ง ต้องเป็นการลงทุนที่มีเป้าหมาย     ทำให้ทรัพย์สินงอกเงยขึ้นมาโดยเบียดเบียนผู้อื่นอย่างตั้งใจน้อยที่สุด      สอง รู้จักประมาณตนคือลงทุนอย่างพอเพียงเหมาะกับตนเอง   ไม่เสี่ยงมากเกินไป     ถ้าหวังจะได้ผลตอบแทนสูงต้องตระหนักว่ามีความเสี่ยงสูงตามไปด้วย   และสาม มีสติรู้เท่าทัน  รู้จักเครื่องมือ รู้จักทางเลือก    รู้จักจังหวะในการลงทุนซึ่งต้องไม่ละโมบโลภมากจนเกินตัวและความพอดี

สำหรับผมแล้ว     การลงทุนที่สำคัญที่สุดคือการลงทุนในตัวเอง(invest in yourself)    นั่นก็คือบุคคลต้องใฝ่หาความรู้และทักษะตลอดเวลาและพัฒนาบุคลิกภาพที่นำไปสู่ความก้าวหน้าและความสำเร็จ     หากมีเงินลงทุนก็ให้คิดถึงอนาคตเป็นอันดับแรกและลงทุนอย่างผสมผสานทั้งที่มีความเสี่ยงมากและน้อย     โดยมีหลักสำคัญคือการลงทุนในขนาดของการสูญเสียที่สามารถยอมรับได้   และควรเลือกใช้บริการกับสถาบันการเงินที่มีความน่าเชื่อถือเป็นที่ไว้วางใจ   มีประวัติของความสำเร็จที่ผ่านมา    รวมถึงคำนึงถึงระบบธรรมาภิบาลขององค์กรเหล่านั้น

รูปแบบการลงทุนที่ทันสมัย

            เนื่องจากปัจจุบันไม่มีธุรกิจใดที่สร้างความมั่นใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ภายใน 5 ปีนับจากนี้     แม้จะมีการคาดการณ์แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจแต่การผันผวนของเศรษฐกิจนั้นเป็นนิรันดร์     ไม่มีสิ่งใดที่เชื่อมั่นได้ทั้งหมด    ดังนั้นจึงควรลงทุนด้วยความรอบคอบระมัดระวัง       การลงทุนที่ทันสมัยสำหรับผมแล้วก็คือแนวคิดในเรื่อง Noble Obligation ซึ่งเป็นการลงทุนที่สร้างคุณค่าที่แท้จริงเพราะเป็นประโยชน์ต่อตนเองและต่อสังคม    ถือเป็นการลงทุนเพื่อสร้างความมั่นคงให้สังคมและตนเองในอนาคต    ผู้มีความมั่งคั่งเป็นผู้ที่มีทั้งปัญญาและโอกาส การมี Noble Obligation จะทำให้เกิดการลงทุนที่ไม่สร้างความทุกข์ระทมใจอย่างตั้งใจแก่ผู้อื่นในระยะยาว      หากรู้จักนำความมั่งคั่งมาต่อยอดและแบ่งปัน  

เคล็ดลับการลงทุนอย่างยั่งยืน

            ผมเป็นคนเชื่อมั่นในพลังของการออม เพราะการออมเป็นหัวใจของการสร้างอนาคต  และ สำหรับอนาคตนั้นใคร ๆ ก็คิดหวังอยากมีความสุข       ทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับการออมจะทำให้ชีวิตมีเป้าหมาย    มีพลังและเกิดความมั่นใจ     ไอน์สไตน์บอกว่าสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุขไม่ใช่สิ่งที่คุณมีหรือสิ่งที่คุณเป็น    หากขึ้นอยู่กับการคิดของคุณเป็นสำคัญ

            ตัวผมเองมีความเชื่อมั่นในการใช้ชีวิตอย่างต่ำกว่าฐานะทางเศรษฐกิจ    แล้วนำเงินที่เหลือหรือเงินออมออมไปลงทุนในสิ่งที่ช่วยสร้างคุณค่าในระยะยาว    เช่น    การศึกษาของครอบครัว     การลงทุนในกิจการที่มีความมั่นคงและเป็นประโยชน์ต่อสังคม     การทำให้เงินทำงานรับใช้ (ผลตอบแทนได้แก่   ดอกเบี้ย    เงินปันผล    ค่าเช่า   ค่าลิขสิทธิ์    ฯลฯ)    แม้จะไม่มีเงินให้ดูแลมาก    แต่ก็มีความสุขเพราะผมนำกฎเกณฑ์ของความพอดีและความพอใจในสิ่งที่ตนเองมีมาใช้เสมอ

การจัดการความมั่งคั่งอย่างมีอุดมการณ์ของความรับผิดชอบและการแบ่งปันจะช่วยสร้างความหมายและคุณค่าให้แก่ชีวิตและความมั่งคั่งนั้น

 


* ระดับศีลธรรม ถือกำเนิดโดย Lawrence Kohlberg นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน-ยิว ซึ่งมีแนวคิดว่าการที่บุคคลหนึ่งๆ ทำสิ่งดีๆ นั้น มาจากแรงจูงใจที่แตกต่างกัน 6 ระดับ ประกอบด้วย     1. ทำดีเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกลงโทษ       2. ทำดีเพื่อหวังผลประโยชน์ส่วนตัว เช่น รางวัล       3. ทำดีเพื่อให้บุคคลอื่นและสังคมยอมรับ      4. ทำดีเพราะมี ระเบียบกฎเกณฑ์กำหนดไว้       5. ทำดีเพราะตระหนักถึงการอยู่ร่วมกันในสังคม       6. ทำดีเพราะตระหนักว่าเป็นสิ่งถูกต้องสมควรทำ

จำนวนการเยี่ยมชม 570467 ครั้ง