วรากรณ์ สามโกเศศ

วรากรณ์-วีรกร ตรีเศศ



คอลัมน์ อาหารสมอง กรุงเทพธุรกิจ > ความสุขและความไม่ประมาท

วรากรณ์  สามโกเศศ
21 มกราคม 2563

          สังคมไทยและสังคมโลกจะมีสัดส่วนของผู้สูงอายุมากขึ้นจนเป็นภาระอย่างสำคัญในอนาคตแก่ผู้อยู่ในวัย 15-64 ปี ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นจีน เยอรมันนี สวีเดน ฟินแลนด์ อิตาลี ปอร์ตุเกส อังกฤษ ฝรั่งเศส ฯลฯ ความคิดเห็นและปัญญาที่ตกผลึกของผู้สูงอายุฝากไว้แก่แผ่นดินตามที่ผมเก็บสะสมมาจากอินเตอร์เน็ตและปรับปรุงแก้ไขจึงน่านำมาสื่อสารต่อเพื่อประโยชน์แก่ผู้สูงอายุด้วยกันเอง และคนที่จะแก่ต่อไปในวันข้างหน้า

          ชิ้นแรกไม่ปรากฏชื่อผู้เขียน จั่วหัวว่าเมื่อถามเพื่อนที่เข้าสู่วัยสูงอายุชีวิตเขามีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง เขาตอบว่า (1) เมื่อก่อนผมรักพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อนฝูง แต่เดี๋ยวนี้ผมเริ่มรักตัวเองมากขึ้น (2) ผมไม่ต่อราคากับพ่อค้าแม่ค้าที่ขายผักขายผลไม้ การจ่ายเงินเพิ่มอีกเล็กน้อยไม่มีผลกระทบกับผม แต่อาจสามารถช่วยให้พวกเขามีเงินเก็บสำหรับค่าเล่าเรียนของลูก ๆ เขา

          (3) เวลาจ่ายค่าแท็กซี่ ผมจะไม่รอให้โชเฟอร์หาเศษเงินทอน ให้ทิปเขาเล็กน้อย อาจจะได้รับรอยยิ้มตอบแทน เพราะยังไงเขาก็หาเลี้ยงชีพลำบากกว่าผม (4) ผมจะไม่พูดกับผู้สูงอายุอีกว่า “นิทานเรื่องนี้ท่านเล่าหลายครั้งแล้ว” เพราะนิทานเหล่านี้ช่วยเพิ่มความทรงจำและการรำลึกอดีตของพวกท่าน (5) ผมจะไม่แก้ไขคนอื่นอีกต่อไปแม้ว่าเขาเหล่านั้นจะผิด เพราะการทำให้ทุกคนสมบูรณ์แบบไม่ใช่ความรับผิดชอบของผม (6) ผมจะมองในแง่บวกและชื่นชมมากกว่าตำหนิ เพราะนั่นไม่เพียงแต่ทำให้อีกฝ่ายหนึ่งอารมณ์ดี แต่ก็เป็นประโยชน์กับตัวเราเองอีกด้วย

          (7) ผมจะไม่กังวลกับจุดเปื้อนบนเสื้อหรือข้อผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของคนอื่น เพราะจิตใจสำคัญกว่ารูปลักษณ์ภายนอก (8) ผมจะอยู่ห่าง ๆ คนที่ดูถูกผมเพราะพวกเขาไม่เข้าใจคุณค่าในตัวผมแล้วยังทำให้จิตใจขุ่นมัวเปล่า ๆ (9) ผมจะไม่ยึดถือความคิดเห็นของตัวเองจนทำลายมิตรภาพ ท้ายที่สุดการมีความสุขอยู่คนเดียวก็ไม่สู้มีความสุขกันทั่วหน้า

          (10) ผมถือว่าทุกวันเป็นวันสุดท้ายของชีวิตเพราะท้ายที่สุดวันสุดท้ายของชีวิตจะมาถึงสักวันหนึ่ง นี่คือผมกำลังทำในสิ่งที่ทำให้ผมมีความสุข ย้อนมองเส้นทางแห่งชีวิต บางคนยังไม่ทันได้เกษียณ พระผู้เป็นเจ้าก็มารับไปแล้ว บางคนเพิ่งจะเกษียณไม่นานก็ต้องไปนอนบนเตียงของโรงพยาบาล พวกเราโชคดีมากที่ยังคงสัญจรไปมาอย่างร่าเริง ต้องขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้

          ชิ้นที่สองมีชื่อว่า "ความแก่ของฉันไม่ใช่ภาระ" ดังนั้นอย่าหยุดทำ 13 ข้อนี้ (จาก Postread) (1) อย่าหยุดทำงานเพราะชีวิตเราจะค่อย ๆ ดูไร้ค่าไปทีละน้อย ปลูกผักที่บ้านก็เป็นการทำงาน(2) อย่าหยุดออมไม่ว่าจะออมด้วยวิธีใด ต้องรู้จักออม ทั้งซื้อพันธบัตรรัฐบาล ซื้อหุ้น ฝากธนาคาร ออมผ่านบริษัทประกันชีวิต หรือจะซื้อทอง ซื้อที่ดิน ก็จงรีบออมตั้งแต่เนิ่น ๆ อย่ารอพึ่งคนอื่นเพราะเขาก็มีภาระเหมือนกัน

          (3) อย่าหยุดดูแลตัวเอง จงหล่อและสวยตามวัย ใส่ใจตัวเองเสมอ อย่าได้ปล่อยตัวเองโทรมจนกลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำบ้านเด็ดขาด (4) อย่าหยุดฉลาด จงอย่าหยุดอ่าน เขียน เรียนรู้ พยายามหาความรู้ใหม่ ๆ ทุกวัน เพราะความรู้ทำให้องอาจ (5) อย่าหยุดหาเงิน พยายามให้มีประตูมากกว่าหนึ่งบาน ให้เงินไหลเข้ามาเพราะถ้าบานหนึ่งปิด ก็ยังมีบานอื่นเปิดอยู่ นอกจากนั้นชีวิตที่สามารถพึ่งตนเองได้จะทำให้รู้สึกว่าตนเองมีค่ามากยิ่งขึ้น
          (6) อย่าหยุดท่องโลกกว้าง นอกจากความสุขที่ได้บินออกไปนอกรังสู่โลกกว้างแล้ว ความรู้ใหม่ ๆ จากการได้พบเห็นเสมือนหนึ่งเป็นการเติมไฟให้กับชีวิตและใจเราเอง (7) อย่าหยุดคบเพื่อนโดยเฉพาะเพื่อนเก่าที่ดี ๆ จงพยายามหาเวลาไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อน ๆ ได้พูดคุยรำลึกความหลังอย่างมีความสุขกัน เพราะจะทำให้เราไม่พลาดความประทับใจกับความสุขบางเรื่องไป

          (8) อย่าหยุดหาของอร่อยกิน การหาของอร่อยกินไม่จำเป็นต้องอ้วนเสมอไปเพราะเรารู้จักเสพอย่างมีความสุขตราบใดที่ลิ้นยังรับรสได้อยู่ (9) อย่าหยุดออกกำลังกายเพราะจิตใจที่ดีอยู่ในร่างกายที่แข็งแรง เราจะได้มีชีวิตอยู่เป็นผู้สูงวัยที่แข็งแรง และไม่เป็นภาระกับลูกหลาน (10) อย่าหยุดรักตัวเองเพราะถ้าเราไม่รักตัวเองก่อนแล้วจะให้ใครมารัก พอเรารักตัวเอง เราก็จะใส่ใจตัวเองในทุกเรื่อง และผลของการใส่ใจตัวเองก็จะทำให้เราดูดีในทุกเวลา ทุกอิริยาบถ (11) อย่าหยุดกตัญญู คนที่สำเร็จในชีวิตมักเป็นคนกตัญญู รู้คุณคน และคนกตัญญูรู้คุณคนมักจะประสบความสำเร็จ

          (12) อย่าหยุดทำบุญสร้างกุศล หยุดทำความดีให้คนอื่นเพราะจะทำให้จิตใจเราผ่องแผ้วเบิกบานและส่งผลให้เรามีความสุขมาจากข้างในอันเป็นความสุขที่แท้จริงของชีวิต (13) อย่าหยุดทำสิ่งที่ชอบเพราะไม่รู้ว่าจะได้ทำอีกนาน เท่าใด เมื่อมีโอกาสทำได้ก็ให้รีบทำเสีย

          อ่านทั้งหมดนี้แล้วทำให้นึกถึงพระปัจฉิมวาจาก่อนที่พระพุทธองค์ดับขันธ์ปรินิพพานที่ว่า“สังขารทั้งหลายย่อมเสื่อมไปเป็นธรรมดา ขอท่านทั้งหลายจงถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด”
 

 

จำนวนการเยี่ยมชม 972848 ครั้ง