วรากรณ์ สามโกเศศ

วรากรณ์-วีรกร ตรีเศศ



คอลัมน์ อาหารสมอง กรุงเทพธุรกิจ > นักสืบไซเบอร์ “ผอ. 3 ศพ"

วรากรณ์  สามโกเศศ
28 มกราคม 2563

          ผู้เขียนรู้สึกคันมือขอร่วมเป็น “นักสืบไซเบอร์” สักวันในคดีปล้นทองที่ลพบุรีและ “ครูกอล์ฟ” ผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นจำเลย โดยขอเสนอบางมุมคิดที่อาจยังไม่มีคนพูดถึงกันนักเพื่อนำไปสู่ประเด็นที่สังคมควรใคร่ครวญต่อไป

         คดีนี้ร้ายแรงมากเพราะปล้นร้านทองโดยยิงใส่ก่อนทัน ไม่พูดจาสักคำจนมีผู้เสียชีวิต 3 คน(หนึ่งคนเป็นเด็กอายุ 2 ขวบ ) บาดเจ็บ 4 คน คำถามที่เกิดขึ้นในใจก็คือ (1) ทำไมต้องปล้นทอง (2) ทำไมต้องยิงคนแบบนี้ (3) เหตุใดจึงมีพฤติกรรมไม่สะทกสะท้านหลังจากยิงแล้ว
ผู้อ่าน

         บางท่านอาจหัวเราะว่าไม่เห็นหลักฐานอะไรด้วยตนเองเลย ไม่ได้พูดจากับจำเลย กับตำรวจ ฯ แต่คาดเดากันเป็นวรรคเป็นเวรแล้วจะถูกได้อย่างไร อย่าลืมว่าหากเราเขย่ากล่องที่ใส่ลูกแก้วกลม ๆ ไว้ 2 ลูก ถึงแม้จะไม่เห็นแต่ก็เดาได้ถูก ฉันใดก็ฉันนั้น การใช้เหตุใช้ผลประกอบกับความรู้และประสบการณ์เดิมที่มีมา เช่น ลูกแก้วมันกลม วิ่งไปมาได้ มีน้ำหนักประมาณใด ก็สามารถช่วยให้คาดเดาได้ถูก

         ทำไมต้องปล้นร้านทอง ? ร้านทองให้ผลประโยชน์ตอบแทนทันที ปล้นมาก็ขายได้ง่าย ครั้นจะโกงเงินอย่างอื่นก้อนใหญ่อย่างรวดเร็วก็ไม่มีหนทาง “ครูกอล์ฟ” ได้เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน (ดั้งเดิมก็คือ “ครูใหญ่”) ขนาดเล็กมากมีนักเรียนชั้นประถมเพียง 45 คน มีครู 2 คน และยังอยู่ในขั้นทดลองงาน ทำงานมาเพียง 1 ปี เงินบริจาคเข้าโรงเรียน ผลประโยชน์จากการฝากเด็กเข้าโรงเรียน และอื่น ๆ ที่พอจะเบียดบังได้ก็ไม่มี ดังนั้นร้านทองจึงเป็นคำตอบที่ง่าย

         ทำไมต้องทำสิ่งชั่วช้า ผู้เขียนเดาว่าเขาอยู่ภายใต้แรงกดดันสูงมากเรื่องความต้องการเงิน จนกล้ากระทำสิ่งที่ผิดปกติมากสำหรับคนที่มีฐานะในสังคมเช่นเขา คำอธิบายคือถูกทวงเงินนอกระบบ ถ้าไม่มีเงินก็ต้องตายดังที่เราทราบกันดี
ทำไมจึงเป็นหนี้นอกระบบ ? เพราะเขากู้ในระบบจนสุดทางแล้ว เขาเป็นคนใช้จ่ายซื้อของหรูหรา ฟุ่มเฟือย เป็นคนหน้าตาดี แต่งตัวดี (โชว์ภาพซื้อนาฬิกา และของแพง ๆ บน เฟชบุ๊ค) มีสาวหลายคน มีลูกจากเมียเก่า มีการแต่งงานที่หรูหรา ถ่ายรูปพรีเวดดิ้งราคาแพง ภรรยาก็มีสไตล์การดำเนินชีวิตคล้ายกัน เพิ่งใช้จ่ายเงินจำนวนมากในการแต่งงาน แฟนขับรถบีเอ็มดับบลิว ซีรี่ 5 ไปทำงาน ขับมอเตอร์ไซต์ยี่ห้อเดียวกัน เพิ่งซื้อรถบีเอ็มดับบลิวเอฟ 4 ทะเบียนปลอมจนเพิ่งถูกปรับไป 6 แสนบาท

         มีหนี้หลายล้านบาทในระบบ เงินเดือน 28,430 บาท บวกเงินวิทยฐานะสำหรับตำแหน่งผู้บริหาร 3,500 บาท รวมได้รับ 31,930 บาท ถูกหักเงินเดือนจากการกู้สหกรณ์ออมทรัพย์ทุกเดือน ๆ ละ 13,500 บาท จึงเหลือเงินกลับบ้าน 16,684 บาท ที่จะใช้จ่ายทุกเดือนสำหรับชีวิตที่หรูหรา ดังนั้นจึงคาดเดาได้ว่าต้องหาเงินที่เหลือจากนอกระบบ เพื่อรักษาหน้าผู้อำนวยการวัย 38 ปี (กฎกติกาของ สพฐ. ที่ออกมาไม่กี่ปีก็คือถ้าเป็นครูระดับชำนาญการก็สามารถสอบข้ามมาเป็น ผอ. ได้เลย จึงทำให้มี ผอ. อายุและประสบการณ์น้อยจำนวนไม่น้อยในจำนวนครูไม่ต่ำกว่า 350,000 คน)

         ถ้าหากต้องตายแน่หากไม่จ่ายเงิน แถมแฟนถูกฆ่าหรือถูกทำร้ายให้เสียโฉม มีโอกาสสูงที่คนเล่นปืน จริยธรรมไม่สูง มีหน้าตาต้องรักษาจะทำอะไรที่เลวร้ายได้ และมีความเป็นไปได้อีกว่าหนี้ก้อนใหญ่อาจมาจากการเล่นพนันฟุตบอล หรือกาสิโนออนไลน์ เพราะคนที่มีปัญหาเดือดร้อนมักใช้เป็นเครื่องมือ “รวยเร็ว” จนกลายเป็นลิงแก้แห ประเด็นเรื่องความเดือดร้อนเรื่องเงินนั้นเขาพูดถึงแต่ไม่กล้ากล่าวถึงหนี้นอกระบบเพราะความกลัว ทั้งนี้โดยแท้จริงแล้ว แรงจูงใจในการปล้นที่สำคัญคือเรื่องหนี้

         ครูในสังคมไทยจำนวนมากมีหนี้สินมากมายเพราะสวัสดิการของครูในเรื่องการกู้ยืมเงินมีมาก ขนาดกู้หนี้ได้โดยใช้เพียง “วิญญาณ” ค้ำประกัน (ใช้เงินสินไหมจากประกันชีวิตเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน) ประชุมครูในต่างจังหวัดมักเห็นรถปิคอัคใหม่จอดกันเต็มลาน ครูมี“หน้า” ที่ต้องรักษาในสังคม การกู้เงินมาสร้าง “หน้า” เป็นวาทกรรมสำคัญยิ่งของสังคมไทย ครูคนไหนที่มีบุคคลิกและจริยธรรมไม่เข้มแข็งจึงมักเดินเข้าสู่ปัญหาการเงินจนไม่มีจิตใจสอนหนังสือ

         เรื่อง “ผอ. 3 ศพ” ทำให้ครูทั่วไปอับอาย วงการศึกษาเราได้คนอย่างนี้มาเป็นครูและเป็นผู้บริหารได้อย่างไร เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้ขบคิดเรื่องการคัดเลือกคนมาเป็นครูและเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนว่ามีจุดบกพร่องอย่างไร บางคนอาจบอกว่าคนจำนวนมากเป็นแสนก็ต้องมีคนเลวอยู่บ้าง สำหรับการศึกษาของเยาวชนนั้น คนลักษณะอย่างนี้ต้องไม่มีเลย เช่นเดียวกับการต้องมีหมอที่มีคุณภาพทุกคน จะมีผิดปกติสักคนนั้นไม่ได้

         ทำไมต้องยิงคนแบบนี้ ? ผู้เขียนเดาว่าอาจมีการอัพยาเพื่อให้มีจิตใจคึกคักกล้าบ้าบิ่น ยาที่เลวร้ายมากที่ทำให้เกิดความรู้สึกลักษณะนี้ คือ “อี-ไอซ์-ไฟว์-เค-โค๊ก” ยาอีหรือEcstasy (MDMA) ยาไอซ์ เป็นพวก methamphetamine ที่ทำให้รู้สึกเคลิ้ม สนุกสนาน ไฟว์ คือ “happy-5” หรือ Nimetazepam ซึ่งเป็นยาฮิตของวัยรุ่นที่ให้อาการคล้ายกัน ยาเคหรือ Ketamine มีผลทำให้เหมือนถูกสะกดจิต ลดการเจ็บปวด ทำให้จิตคึกคัก กล้าบ้าบิ่น ส่วนโค๊ก คือ โคเคน ยากลุ่มนี้ทำให้เสมือนไม่อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีไม่เกิดขึ้น

         กรณีโศรกนาฏกรรมที่เนปาลในปี 2544 ที่มกุฎราชกุมารฆ่ากษัตริย์พิเรนทรา ผู้พ่อ ฆ่าแม่ น้องชายและน้องสาว ป้า รวมแล้ว 9 คน หลังจากเสพยาประเภทนี้พร้อมกับเหล้าเข้าไปเต็มที่ เมื่อยาหมดฤทธิ์และความรู้สึกผิดชอบกลับคืนมาก็ฆ่าตัวตาย มกุฎราชกุมารขัดแย้งกับพ่อแม่เรื่องการแต่งงาน ชอบเล่นปืน เมื่อทะเลาะกันก็กลับไปที่ห้องไปเสพยา และออกมาก็ยิงไม่เลือกหน้า (พวกที่ชอบทฤษฎีลึกลับอาจบอกว่าไม่จริง อาที่ไม่อยู่ในเหตุการณ์ แต่ลูกและภรรยาถูกยิงบาดเจ็บสั่งให้ฆ่า อาจโต้แย้งเรื่องนี้)

         เมื่อ "ผอ.3 ศพ" จะลงมือเพราะ “ไม่มีทางเลือก” จึงอัพยาเพื่อให้เกิดความกล้า และเริ่มยิงก่อนทันที เด็กที่เสียชีวิตเพราะลูกกระสุนสะท้อนพื้นไปถูก ส่วนคนอื่นนั้นจงใจยิงอันเป็นผลจากยาที่เสพเข้าไป
เรื่องถูกบีบจากการกู้เงินนอกระบบและการเสพยาอาจเป็นคำอธิบายที่ถูกต้องของเหตุการณ์นี้ก็เป็นได้

         เหตุใดจึงมีพฤติกรรมไม่สะทกสะท้านหลังการยิงแล้ว ? ประเด็นนี้ผู้เขียนไม่อยากเดาเพราะไม่รู้ข้อมูลเพียงพอเรื่องชีวิตส่วนตัว การเติบโตเลี้ยงดู ความประพฤติ คุณธรรมที่มี ผู้เขียนคิดว่า “คำสารภาพ” ที่ปรากฏต่อสาธารณชนนั้นจริงเพียงบางส่วน ยังมีอีกที่ไม่เผยออกมา หรือตำรวจไม่ต้องการปล่อยออกมาให้เสียรูปคดี

         ระบบราชการได้คนเช่นนี้มาเป็นผู้อบรมสั่งสอนลูกเราจนก่อเหตุการณ์ได้อย่างไร เป็นเรื่องน่าคิดอย่างยิ่ง ระบบการคัดสรรครูมีปัญหา ? ครูมักใช้เงินแบบเกินตัว ? เป็น ผอ.ใหม่ของโรงเรียนขนาดเล็กมากที่กำลังจะถูกควบรวมได้อย่างไร ?
 

 

 

จำนวนการเยี่ยมชม 921379 ครั้ง