วรากรณ์ สามโกเศศ

วรากรณ์-วีรกร ตรีเศศ



คอลัมน์ อาหารสมอง กรุงเทพธุรกิจ > ผู้สูงวัยกับ "breaking point"

วรากรณ์  สามโกเศศ
17 มีนาคม 2563

          ปกซอง DVD ของภาพยนตร์เรื่อง A Fall from Grace เขียนว่า “Every woman has a breaking point” ทำให้อยากรู้ว่า breaking point นี้คืออะไร “จุดระเบิดของอารมณ์” หรือ “จุดที่ทำให้แตกหัก" ฯลฯ แต่เมื่อดูแล้วจึงรู้ว่าความหมายแตกต่างออกไปอย่างเป็นอุทาหรณ์แก่หญิงสูงวัยทั้งหลายหรือแม้แต่ชายก็เถอะ

          ภาพยนตร์ตื่นเต้นเกี่ยวกับฆาตกรรมเรื่องนี้ใหม่เอี่ยมมากเพิ่งลงโรงเมื่อต้นปี 2020 ในอาทิตย์แรกมีคนดูถึง 26 ล้านคน มันเป็นเรื่องของหญิงสูงวัยกับความรักและฆาตกรรมซึ่งนำไปสู่ A Fall from Grace หรือ “การร่วงหล่นจากความมีสง่าราศี” ตามสคริปต์ที่มีคนเขียนไว้

          เรื่องเริ่มขึ้นเมื่อมีข่าวดังว่าผู้หญิงชื่อ Grace Waters ฆ่าสามีหนุ่มอย่างเลือดเย็น โดยใช้ไม้เบสบอลตีจนน่วมอย่างทารุณ เธอรับสารภาพว่าทำจริงและไม่ต้องการต่อสู้คดี ทนายความที่รัฐจัดให้ก็สงสัยว่าทำไมจึงยอมง่าย ๆเช่นนั้น เธอจึงสืบสวนและพบความจริง

          Grace เป็นหญิงหม้ายในวัยกลาง 50 ที่เลิกกับสามีแล้วหลายปีเพราะเขาทิ้งไปแต่งงานกับเลขานุการ เธอมีลูกชายหนึ่งคนที่รักมากแต่ระยะหลังก็ห่างเหินกันไปเพราะเขาแต่งงานกับผู้หญิงที่เธอไม่ชอบ (“เขาสมควรจะได้ผู้หญิงดีกว่านี้”) เธออยู่บ้านใกล้กับหญิงหม้ายในวัยใกล้เคียงกันซึ่งย้ายมา อยู่ใหม่ Grace ชอบพอกับ Sarah มากเพราะมีพื้นฐานชีวิตและเป็นคนผิวสีเหมือนกัน คุยกันทุกวันจน Grace ถือเป็นเพื่อนสนิท

          ทั้งสองจัดได้ว่ามีฐานะดี Grace ภูมิใจในบ้านเก่าแก่อายุเกือบ 200 ปี ของเธอที่ใช้เงินจากการทำงานที่ธนาคารมายาวนานมาบูรณะจนงดงาม เธอคิดว่าเธอมีความสุขเพราะงานก็มีทำ ลูกชายก็ดี บ้านก็งดงาม แต่เธอใจหายกับวัยที่สูงขึ้นและ ถวิลหาวัยหนุ่มสาว บางครั้งไม่เชื่อว่า วัยหนุ่มสาวมันผ่านไปแล้ว เธอสงสัยว่าวัยหนุ่มสาวของเธอหายไปไหน เธอได้มีความสุขกับมันหรือไม่เพียงใด ทำไมมันจึงหายไปรวดเร็วนัก

          ความสงสัยและการถวิลหาสิ่งที่หายไปขยายมากขึ้นเพราะ Sarah ก็เห็นอย่างเดียวกัน และบอกว่าหน้าตาเธอขาดความสุข ควรที่จะออกไปรู้จักหนุ่ม ๆ บ้าง ชีวิตจะได้เต็ม Grace บอกว่าไม่เคยออกไปไหนกับใครเลยตั้งแต่เลิกกับสามีเพราะคิดว่าตัวเองแก่แล้ว ใครจะมาสนใจ Sarah ก็คะยั้นคะยออยู่เสมอ จนวันหนึ่งเธอเอาบัตรเชิญงานแสดงภาพถ่ายมาให้ และบอกว่าให้ไปให้ได้ Grace ก็ไปและพบเจ้าของภาพถ่ายเป็นหนุ่มในวัย 30 หน้าตาดี แขวนคอด้วยเครื่องรางที่ได้จากการไปถ่ายภาพในเอธิโอเปีย ผิวสีเหมือนกันและเขาสนใจในตัวเธออย่างออกหน้า

          หนุ่ม Shanon ตามตื้อจีบ Grace เอาใจเธอทุกอย่างอยู่หลายเดือน เขารู้ใจเธอไปเสียทุกอย่าง มีรสนิยมตรงกันราวสวรรค์ส่งมา Shanon ปรนนิบัติตามใจเธอ เขาเป็นทุกอย่างที่สามีเธอไม่เคยเป็น จากความคิดครั้งเดิมว่าพอกับชีวิตรักแล้ว เธอก็เริ่มใจอ่อนรักเขาเต็มหัวใจ ยอมนอน กับเขา และGrace ก็พบว่าชีวิตนี้เธอไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว นอกจากอยู่กับ Shanon ถึงแม้วัยจะต่างกันเหมือนแม่ลูก

          ภายหลังการฆาตกรรม เธอเล่าให้ทนายฟังว่าเธอไม่เคยคิดว่าเธอจะมีความสุขในทุกเรื่องมากกว่านี้อีกได้ ยกเว้นอย่างเดียวว่ามันเป็นความโง่เง่าของเธอเองที่ไม่คิดว่าสิ่งชั่วร้ายจะเกิดกับตัวเธอเองได้

          Grace แต่งงานกับ Sahnon อย่างมีความสุขราวกับอยู่บนสวรรค์ แต่ไม่นานก็ตกนรกเพราะธนาคารไล่เธอออกจากงานเนื่องจากพบว่าเธอยักยอกถอนเงินออกไปด้วยพาสเวิร์ดของเธอเองเป็นเงินกว่า 400,000 เหรียญ เธอมึนงงเพราะไม่เคยทำ ไม่ว่าจะโต้เถียงอย่างไรหลักฐานก็หนักแน่น ความมึนงงยังไม่ทันหายเธอก็พบว่าบ้านแสนรักของเธอมีคนเอาไปจำนองเป็นเงิน 600,000 เหรียญในชื่อของเธอ

          เมื่อหายตกใจเธอก็รู้ว่าหมดตัว นั่งคิดดูก็เห็นภาพว่ามันได้เกิดอะไรขึ้น เธอจึงทวงเงินจากShanon และก็มีปากมีเสียงกันเป็นครั้งแรก เธอถูกทำร้ายร่างกาย ท่าทาง Shanon ก็ผิดไปราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ (หรืออวัยวะอื่นที่ใกล้เคียงกัน) เขาเอาผู้หญิงมานอนที่บ้านอย่างไม่เกรงใจเธอ

          วันหนึ่งหลังจากทะเลาะกัน และเขานั่งหันหลังสั่งเธอราวกับทาส เธอก็ตัดสินใจเอาไม้เบสบอลฟาด Shanon จากข้างหลัง ตีจนเลือดท่วมตัวมั่นใจว่าตายแน่ และขับรถออกไปตอนกลางคืนอย่างคิดไม่ตก เธอโทรมาสารภาพกับ Sarah ว่าฆ่า Shanon และให้ไปแจ้งตำรวจ แต่เมื่อตำรวจไปก็ไม่พบศพ เธอจึงมอบตัวและสารภาพโดยไม่ขอสู้คดีเพื่อคุ้มครองลูกชายเพราะมั่นใจว่าลูกชายเธอเป็นคนเอาศพไปทิ้ง

          อย่างไรก็ดีในที่สุดทนายก็พูดจาหว่านล้อมเธอจนยอมต่อสู้คดี ในศาล Sarah ให้การว่าGrace โทรมาสารภาพว่าฆ่า Shanon ระหว่างที่ Sarah เดินออกจากศาล Grace ก็เห็นสิ่งที่ทำให้เธอตะลึงและตาสว่างขึ้นมาทันที นั่นก็คือ Sarah แขวนเครื่องรางที่ Shanon เคยแขวน

          ทนายของเธอตามไปหา Sarah ที่บ้านก็พบหญิงชราคนหนึ่งอยู่ที่บ้าน เธอเล่าว่าเธอหมดเนื้อหมดตัวไม่มีอะไรเหลือในชีวิตและถูกขังไว้ในบ้าน ทนายจึงขึ้นไปชั้นบนก็ถูกหนุ่มคนหนึ่งจับมัดไป ขังไว้ เจ้าหนุ่มคนนี้ก็คือ Shanon และ Sarah ก็คือแม่ของเขา ทั้งสองสมคบกันและทำแบบนี้มาหลายราย แล้ว โดยมีเป้าหมายคือหญิงหม้ายที่มีฐานะ ไม่มีลูกหลานใกล้ชิด เหงาขาดคนใกล้ชิด อยู่ในสภาพจิตใจของ "ความสงสัย" อีกทั้งถวิลหาและเสียดายวัยหนุ่มสาวที่หายไป

          ผมชอบภาพยนตร์เรื่องนี้เพราะมันสอนให้รู้ว่าจะต้องมีสติอยู่กับตัวตลอดเวลาเพราะ มีคนจ้องจะ “เล่น” เงินเราอยู่เสมอ ถ้าหากเราไม่ระมัดระวังก็จะเปิดช่องให้มันเข้ามาสร้างความเสียหายได้อย่างมหาศาล “Fall from Grace” เกิดได้กับทุกผู้ทุกนาม และมันมักเข้ามาทีละนิดอย่างเนียน ๆ อย่างเข้าใจจิตวิทยาของเรา คดีความในศาลเรื่องการโอนทรัพย์สมบัติและมรดกให้แก่คนนอกที่มาดูแลเอาใจทั้งอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และอย่างหลอกลวงมีให้เห็นอยู่เนือง ๆ ที่ไม่ถึงโรงถึงศาลก็เพราะสมบัติมีไม่มากหรือเพราะความอายก็คงมีไม่น้อย

          เรื่องต้มตุ๋นดังเช่นในภาพยนตร์สามารถเกิดขึ้นได้แม้กับคนที่มั่นใจในตัวเองสูงว่าเรื่องอย่างนี้ไม่มีวันเกิดขึ้นกับตัวเพราะฉันเป็นคนฉลาดและรู้ทันคนมานานแล้วอย่างแน่นอน แต่อย่าลืมว่าความฉลาดและเก่งทันคนนั้นมันเกิดขึ้นในวัยหนุ่มสาวและอยู่ในสภาพแวดล้อมทางจิตวิทยาอย่างหนึ่ง แต่สภาพแวดล้อมใหม่ตอนสูงอายุอาจไม่เอื้อให้ฉลาดและทันคนอย่างเดิมก็เป็นได้

          ภาพยนตร์เรื่องนี้สนุกตรงต้องตีความเองว่า “Every woman has a breaking point.” หมายถึงอะไร (every man ก็มีสภาพที่ไม่แตกต่างกันนัก) การเข้าใจตนเองที่ได้จากการคิดตีความประโยคนี้อาจช่วยให้อยู่รอดปลอดภัยมากขึ้นกระมัง
 

 

 

จำนวนการเยี่ยมชม 972871 ครั้ง