วรากรณ์ สามโกเศศ

วรากรณ์-วีรกร ตรีเศศ



สิ่งละอันพันละน้อย 2556 > The Rothschild Effect

 

The Rothschild Effect

จากหนังสือสิ่งละอันพันละน้อย 2556
โดย รองศาสตราจารย์ ดร. วรากรณ์  สามโกเศศ
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
 
          ตระกูลเศรษฐีดังของโลกในอดีตคือ The Rothschild ได้ทิ้งชื่อไว้ในโลกวิชาการจากการทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า The Rothschild Effect ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์เชิงเศรษฐศาสตร์ในชีวิตประจำวันได้
 
          ตระกูล Rothschild หรือรู้จักกันในนามของ The House of Rothschild เป็นครอบครัวของยิวเยอรมัน ร่ำรวยจากกิจการธนาคารและการเงินในยุโรปในปลายศตวรรษที่ 18 (ประมาณ ค.ศ. 1780) สาขาของครอบครัวในออสเตรียได้รับแต่งตั้งเป็น Baron โดยให้สืบทอดทางสายเลือด ส่วนสาขาในอังกฤษได้รับแต่งตั้งให้เป็นขุนนางโดย Queen Victoria
 
          ระหว่างศตวรรษที่ 18 ตระกูลนี้ร่ำรวยที่สุดในโลก นักวิชาการบางคนประเมินว่าครอบครัวนี้มีความมั่งคั่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่เมื่อคำนึงถึงค่าของเงินในสมัยนั้น
 
          ใน ค.ศ. 1744 ครอบครัว Rothschild ได้ลูกชายชื่อ Mayer Amschel เกิดในสลัมในเมืองแฟรงเฟริต เยอรมันนี เป็นลูกของพ่อค้าแลกเปลี่ยนเงิน เมื่อโตขึ้น Mayer ก็เริ่มทำธุรกิจการเงินกว้างขวางขึ้นจนร่ำรวย ส่งลูกชาย 5 คน ไปประกอบธุรกิจใน 5 เมืองใหญ่ของยุโรป เมื่อต่างประสบความสำเร็จก็ร่ำรวยมากจนผู้คนเรียกตระกูลนี้ราวกับราชวงศ์ว่า The House of Rothschild
 
          อย่างไรก็ดีไม่ว่าจะร่ำรวยแค่ไหนก็ตาม ก็เปลี่ยนแปลงความจริงไปไม่ได้ว่าผู้ชายของครอบครัวนี้ขี้เหร่ชนิดแทบหาความหล่อไม่เจอ แต่เหล่าชายหนุ่มของครอบครัวนี้ก็ไม่หวั่นไหวเพราะความรวยสามารถทำให้ได้ภรรยาหน้าตาดี ๆ ทั้งนั้น ลูกหลานที่เกิดมาจึงมีหน้าตาดีขึ้นพร้อมกับมีความเก่งของเหล่าพ่อ ๆ ติดตัวมาด้วย
 
          นักวิชาการด้านสังคมวิทยาที่ศึกษาประวัติศาสตร์ของครอบครัวนี้เรียกผลของการที่ลูกหลานมีหน้าตาดี และมีทั้งความเก่งโดยเกิดจากการที่ชายเก่งเลือกหญิงหน้าตาดีมาเป็นคู่ว่า The Rothschild Effect
 
          พูดสั้น ๆ ก็คือ The Rothschild Effect คือผลพวงของการที่ผู้ชายเก่งแต่งงานกับผู้หญิงสวย โดยลูกที่ออกมาทั้งเก่งและมีหน้าตาดีด้วยซึ่งเป็นกรณีของ Win-Win คือ “ได้และได้” ทั้งสองฝ่าย ฝ่ายชายก็ได้หญิงงามมาเป็นภรรยา ฝ่ายหญิงก็ได้ผู้ชายเก่งซึ่งมีนัยสำคัญว่าร่ำรวยด้วยมาเป็นคู่
 
          เขียนมาทั้งหมดนี้ กรุณาอย่านึกว่าผมแค่กำลังเขียนถึงปรากฏการณ์ที่หนุ่มไฮโซไทยชอบเอาดาราสาวสวยมาเป็นแฟน และดาราสาวก็ชอบได้หนุ่มร่ำรวยเหล่านั้นมาเป็นคู่ แท้จริงแล้ว The Rothschild Effect สามารถเอามาประยุกต์ได้อีกหลายกรณี
 
          เศรษฐศาสตร์ตั้งชื่อการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้บางคน “ดีขึ้น” โดยไม่ทำให้คนอื่น “เลวลง” (อาจทำให้ “ดีขึ้น” ด้วยซ้ำ) ว่า Paratian Improvement (ตามชื่อของนักเศรษฐศาสตร์ ชาวอิตาลี Vilfredo Pareto ค.ศ. 1848-1923) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าพึงประสงค์  
 
          ในกรณีของ The Rothschild Effect ซึ่งเป็นการ Win-Win คือทุกคนได้ประโยชน์ดังนั้นจึงเป็น Paratian Improvement ด้วย
 
          เมื่อเอา The Rothschild Effect มาประยุกต์ในเรื่องการลงทุน คนมีเงินลงทุนมากย่อมแสวงหาการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง อย่างไรก็ดีบ่อยครั้งที่คนมีเงินเหล่านี้ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการลงทุน ไม่รู้ว่าควรลงทุนในบริษัทใด เปรียบได้กับการเป็นหนุ่มขี้เหร่แต่ร่ำรวย ส่วนบริษัทที่มีศักยภาพดี แต่ขาดเงินลงทุนนั้นเปรียบเสมือนสาวสวย ถ้าหนุ่มขี้เหร่ร่ำรวยคนนี้เจอกับ สาวสวย ผลที่จะเกิดขึ้นก็คือ The Rothschild Effect โดยทั้งสองฝ่ายจะเป็นผู้ได้ ฝ่ายหนึ่งได้ผลตอบแทนดี อีกฝ่ายได้เงินลงทุนและได้ผลตอบแทนดี
 
          ธรรมชาติแห่งการอยู่รอดของมนุษยชาติทำให้ผู้ชายหมกมุ่นแต่เรื่องการผลิตลูก (procreate) เพื่อให้เกิดการแพร่พันธุ์ได้มากที่สุด (สมัยก่อนมีการคุมกำเนิด เซ็กส์หมายถึงการ ผลิตลูก แต่ปัจจุบันเซ็กส์ก็คือเซ็กส์) ส่วนฝ่ายหญิงนั้นธรรมชาติก็สร้างให้ช่วยแพร่พันธุ์ด้วย แต่ให้แพร่เฉพาะพันธุ์ที่ดี ซึ่งจะทำให้มนุษยชาติมีโอกาสอยู่รอดได้สูงในระยะยาว
 
          เมื่อชายมักชอบเลือกสาวสวยมาเป็นคู่ สาวสวยจึงมีทางโน้มที่จะเลือกชายที่มี “ทรัพยากร” มากโดยกระทำหน้าที่ “เลือกพันธุ์” ตามธรรมชาติ ชายที่มี “ทรัพยากร” มากมักเป็นผลจากความเก่งและความฉลาดของตน (หรือไม่ก็รับมรดกจากพ่อแม่ซึ่งย่อมที่จะมีความเก่งและความฉลาดอยู่เป็นแน่ มิฉะนั้นก็คงไม่มีมรดกมอบให้) หากกลไกเป็นเช่นนี้จริง โดยทั้งหญิงและชายไม่มีความรัก ไม่มีความชอบ ไม่มีเรื่องจริยธรรม (รังเกียจการมี “ทรัพยากร” ที่ผิดทำนองคลองธรรม) ประเพณี ค่านิยม คุณค่าที่มีให้สรรพสิ่ง ฯลฯ มาเกี่ยวพันแล้ว The Rothschild Effect ก็จะเกิดขึ้นไปทั่ว ลูกที่เกิดมาก็มีทั้งความเก่งและความหน้าตาดี เผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหลายก็จะมีแต่คนฉลาดและหน้าตาดี
 
          อย่างไรก็ดีเราเห็นกันทั่วไปว่ามนุษย์ไม่มีทั้งความเก่งและความหน้าตาดีใน ทุกตัวคน เรายังเห็นคนขี้เหร่แต่เก่งและคนหน้าตาดีแต่ไม่เก่ง จึงพอสรุปได้ว่า The Rothschild Effect เกิดเฉพาะบางครอบครัวและบางกลุ่ม
 
          ในปัจจุบันสิ่งที่เป็นอุปสรรคสำคัญของการเกิด The Rothschild Effect คือโอกาสในการพบกันของชายเก่ง (รวย) แต่ขี้เหร่กับหญิงสาวสวยนั้นแทบไม่มี ความจริงก็คือว่าเทคโนโลยีตลอดจนเครื่องอาภรณ์ทันสมัยทำให้หนุ่มรวยแต่ขี้เหร่สุด ๆ นั้นต่างไป อีกทั้งหญิงสาวก็พอดูได้ไปเสียทั้งหมด ชนิดสวยสุดโต่งจนต่างจากชาวบ้านนั้นมีน้อยลง (องศาจมูกมักเท่ากัน) สิ่งที่เกิดขึ้นคือความหน้าตาดีแบบธรรมดา ๆ นั้นเกิดขึ้นไปทั่ว สิ่งที่ยังไม่เสมอหน้ากันไปทั่วก็คือความเก่ง (รวย) ของชาย
 
          จากที่กล่าวมานี้จึงเห็นได้ว่า Paratian Improvement ในแง่มุมที่ว่าหนุ่มขี้เหร่กับสาวสวยจัดแต่งงานกันแล้วเกิด win-win อย่างกว้างขวางจึงเกิดขึ้นไม่มาก ผลพวงที่ตามมาก็คือขอบเขตอันจำกัดของ The Rothschild Effect ในสังคมปัจจุบัน
 
          เรื่องนี้เป็นเรื่องของการสืบทายาท ซึ่งต่างไปจากเรื่องของ “แก่ สปอร์ต ใจดี กทม.” ดังปรากฎในอินเทอร์เน็ตเมื่อไม่นานมานี้
 
 
--------------------------------------------
 
Books are the compasses and telescopes and sextants and
charts which other men have prepared to help us navigate the dangerous seas of human life.
 
หนังสือคือเข็มทิศ  กล้องโทรทรรศน์   เครื่องบอกตำแหน่งเรือและแผนภูมิ 
ซึ่งมนุษย์คนอื่นได้เตรียมไว้ให้เพื่อช่วยในการนำเรือฝ่าฟันทะเลชีวิตมนุษย์
อันแสนอันตราย
(Jesse Lee Bennett  
นักเขียนอเมริกัน : ค.ศ. 1990-2010)
 
 
The teaching profession is the only profession
that has no definition of malpractice.
 
อาชีพครูคืออาชีพเดียวซึ่งไม่มีคำจำกัดความ
ของการประพฤติผิดจากการผลิตผลงานผิดพลาด
(Merrimon Cuninggim
พระอเมริกัน : ค.ศ. 1911-1995)
 
 
 
People are lonely because they build walls instead of bridges.
มนุษย์เหงาเพราะสร้างกำแพงแทนที่จะสร้างสะพาน
Joseph Fort Newton
 พระอเมริกัน : ค.ศ. 1880-1950)
 
 
Love is what’s left of a relationship
after all the selfishness has been removed.
 
ความรักคือสิ่งที่หลงเหลืออยู่ของความสัมพันธ์
หลังจากความเห็นแก่ตัวทั้งหมดถูกตัดออกไปแล้ว
(Cullen Hightower 
นักเขียนอเมริกัน : ค.ศ. 1923-2008)
 
 
The tears of strangers are only water.
น้ำตาของคนที่ไม่ใช่ญาติและมิตรเป็นเพียงน้ำเท่านั้น
(สุภาษิตรัสเซีย)
 
 
--------------------------------------------
 
 
ข้อเขียนในสิ่งละอันพันละน้อย 2556

จำนวนการเยี่ยมชม 607294 ครั้ง