วรากรณ์ สามโกเศศ

วรากรณ์-วีรกร ตรีเศศ



สิ่งละอันพันละน้อย 2556 > Kiwifruit เป็นผลไม้จีน

 

Kiwifruit  เป็นผลไม้จีน

จากหนังสือสิ่งละอันพันละน้อย 2556
โดย รองศาสตราจารย์ ดร. วรากรณ์  สามโกเศศ
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
 
           ถ้าผมเขียนว่ากีวีฟรุ๊ต (Kiwifruit) เป็นผลไม้ของจีนแต่ไปปลูกในนิวซีแลนด์ คงมีคนสงสัยว่าจริงหรือไม่เป็นแน่ เพราะใคร ๆ ก็รู้ว่าตัวกีวี (Kiwi) นั้นเป็นสัตว์พื้นเมืองของนิวซีแลนด์ ขอความกรุณาอ่านต่อไปครับ แล้วท่านผู้อ่านจะหายสงสัย
 
          Kiwifruit หรือ Kiwi มีชื่อดั้งเดิมว่า Chinese Gooseberry ต่อมาเมื่อมาเติบโตที่นิวซีแลนด์ ก็เปลี่ยนชื่อเป็น Melonette ได้สักพัก และในที่สุดก็เป็นชื่อ Kiwifruit เมื่อประมาณ ค.ศ. 1962 Kiwi นอกจากจะเป็นนกพื้นเมืองหรือสัตว์ประจำชาติแล้ว ยังเป็นชื่อที่เรียกคนนิวซีแลนด์อีกด้วย (เหมือน Aussie สำหรับคนออสเตรเลีย)
 
          ชื่อ New Zealand นั้นถ้าเปลี่ยน z เป็น s ก็จะมีความหมายขึ้นมาทันทีเพราะเดิมนักเขียนแผนที่ชาวดัชในสมัยโบราณเรียกว่า Nova Zeelandia ตามชื่อจังหวัดหนึ่งในเนเธอร์แลนด์คือ Zeeland (Sealand ในภาษาอังกฤษ)
 
          ประวัติศาสตร์ของมันก็คือ Kiwi fruit ซึ่งมีชื่อทางชีววิทยาว่า Actinidia deliciosa เป็นผลไม้พื้นเมืองของจีนตอนใต้ ชื่อเดิมในภาษาจีนคือ Yang Tao และเคยถูกประกาศเป็นผลไม้ประจำชาติจีนด้วย สายพันธุ์อื่นที่ใกล้เคียงมีอยู่ในอินเดีย ญี่ปุ่น และภาคตะวันออกเฉียงใต้ของไซบีเรีย
 
          ในต้นศตวรรษที่ 20 อาจารย์ใหญ่โรงเรียน Wanganui Girls College ชื่อ Mary Isabel Fraser ได้ไปเยือนโรงเรียนในเมือง Yichang ในปี 1906 และนำเมล็ดกลับมาปลูกที่โรงเพาะในเมือง Wanganui ซึ่งอยู่ในเกาะเหนือ เมืองนี้มีโรงเรียนมัธยมชายเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงคือ Wanganui Collegiate
 
          Alexander Allison เป็นผู้นำเม็ด Kiwifruit มาเพาะจนออกผลในปี 1910 และเมื่อได้ผลดีก็มีผู้เพาะปลูกพัฒนาพันธุ์อีกหลายราย จนในที่สุดก็ปลูกเชิงการค้าได้สำเร็จในปี 1924
 
          หลังสงครามโลกครั้งที่สองนิวซีแลนด์ก็เริ่มส่งออก ซึ่งสามารถทำได้ดีด้วยการวิจัยพัฒนาพันธุ์ให้เหมาะสมต่อการขนส่ง และเมื่อชาวโลกติดใจรสชาติ Kiwifruit ก็กลายเป็นผลไม้นานาชาติไป ปัจจุบันประเทศที่ผลิตได้มากที่สุดในโลกคืออิตาลี รองลงมาคือนิวซีแลนด์ ชิลี ฝรั่งเศส กรีก ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา คานาดา และกัมพูชา
 
          ในจีนผู้คนไม่นิยมปลูกไว้กินมาเป็นเวลานานแต่เก็บผลไม้ชนิดนี้จากป่า (รสหวานสู้จากต่างชาติไม่ได้แน่นอน) อย่างไรก็ดีปัจจุบันเริ่มมีการปลูกกันแล้วแต่ไม่มากนัก โดยปลูกกันส่วนใหญ่ในบริเวณภูเขาเหนือขึ้นไปจากแม่น้ำแยงซี และปลูกในบริเวณอื่นด้วย เช่น ในมณฑลเสฉวน
 
          Kiwifruit มีเปลือกบางสีน้ำตาลแก่ออกเขียวและมีขน เนื้อเป็นสีเขียว หาก หั่นขวางจะเห็นความวิจิตรงดงามของลายเส้นอย่างเหลือเชื่อ มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวคล้ายมะปราง
 
          อย่างไรก็ดีในปัจจุบันมีการพัฒนาอีกพันธุ์หนึ่งคือ Actinidia chinensis ขึ้นมาเป็น สีทองแดง ทั้งเปลือกและเนื้อมีรสชาติเหนือกว่า (ในความรู้สึกของผู้เขียน) เพราะออกรสไปทางผลไม้แถบบ้านเรา หน้าตาคล้าย Kiwifruit พันธุ์ดั้งเดิม แต่ลูกใหญ่กว่าและราคาสูงกว่า ปัจจุบันเป็นที่นิยมทั่วโลก แต่ในบ้านเราแทบไม่ได้เห็น
 
          ในปี 2010 มีผู้เปิดตัวสายพันธุ์ใหม่มีชื่อว่า ENZARed โดยเอามาจากพันธุ์จีน ซึ่งมีชื่อว่า Hong Yang ในตอนแรกเพาะปลูกกันในจีน ปัจจุบันปลูกกันทั่วโลกเพราะรสชาติถูกปาก เสียแต่ว่าเก็บไว้ได้ไม่ทน จึงยังไม่สามารถทำเป็นการค้าได้กว้างขวางเหมือนสองสายพันธุ์เดิม
 
          Kiwifruit เป็นแหล่งใหญ่ของวิตามินซี โปแตสเซียม วิตามินอี และวิตามินเอ เปลือกของมันเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) และอุดมด้วยสาร flavonoid (เช่นเดียวกับต้นหอม) นอกจากนี้เม็ดมันยังมี omega-3 fatty acid และ alpha-linolenic acid อีกด้วย
 
          อย่างไรก็ดีบางคนอาจแพ้ได้ โดยคนที่แพ้มะละกอ สัปปะรด หรือน้ำยางมักแพ้ kiwifruit ด้วย ในลูก kiwifruit ดิบอุดมด้วย enzyme ชื่อ actinidin ซึ่งย่อยสลายโปรตีนได้ดี และทำให้เนื้อนุ่ม (คล้ายยางมะละกอดิบ) ซึ่งอาจมีคนแพ้สารนี้ ดังนั้นจึงแนะนำให้ทานผลสุก
 
          ต้น kiwi เติบโตได้ดีในอากาศเย็นและร้อนเพียงพอในหน้าร้อน ผู้ปลูกต้องปักหลักที่แข็งแรงให้เลื้อยคล้ายองุ่นเนื่องจากออกลูกดกอาจหนักเป็นตัน ๆ ต่อไร่ ผู้ปลูกต้องพรวนดินให้ดีเพื่อให้น้ำและอากาศเข้าถึงรากได้ ต้น kiwi ที่สมบูรณ์สามารถออกลูกได้เมื่อมีอายุเพียงปีเดียวเท่านั้น และออกได้ตลอดแต่มักให้ออกลูกเพียง 3 ปี ก่อนที่จะเปลี่ยนต้นใหม่
 
          ในด้านการตลาด ต้องถือว่าชื่อ kiwi เข้าท่า เพราะบอกแหล่งที่มา ให้ความรู้สึกที่แปลกตื่นเต้นและรู้สึกว่ามาจากแดนไกล (มีคนในโลกที่เคยเห็นตัวกีวีกันไม่มาก แต่รู้กันทั่วว่าเป็นนกพื้นเมืองของนิวซีแลนด์ บางคนเห็นตัวกีวีบนตลับยาขัดรองเท้า) อย่างที่ฝรั่งเรียกว่า exotic ซึ่งถ้าเป็นชื่อเดิมคือ Chinese Gooseberry คงไม่รุ่งเป็นแน่ โดยเฉพาะในต้นทศวรรษ 1960 ที่การปฏิวัติวัฒนธรรมของเหมา เจอ ตุง ให้ภาพลบของจีนแก่ชาวโลก
 
          นิวซีแลนด์มิได้เพียงเอาผลไม้ประจำชาติจีนมาปลูกเท่านั้น หากพัฒนาพันธุ์ขึ้นด้วย จนมีผลโตมีรสชาติดีขึ้นและสามารถขนส่งได้โดยไม่ทำให้นิ่มเละ คนไทยเราเอาลำใยจากจีนตอนใต้มาปลูกเมื่อประมาณ 100 ปีก่อน โดย พระราชชายา เจ้าดารารัศมี เป็นผู้ทรงบุกเบิกให้ปลูกทางเหนือ แต่เรามิได้พัฒนาพันธุ์อย่างเป็นขั้นตอนเชิงวิทยาศาสตร์แบบนิวซีแลนด์ แต่เราโชคดีที่ชาวบ้านคัดพันธุ์กันเองโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นประกอบกับดินฟ้าอากาศเหมาะต่อการปลูกจนมีรสชาติแข่งกับลำใยดั้งเดิมของจีนได้อย่างสบายจนคนจีนตอนใต้ได้ซื้อกล้าลำใยไปจากไทยมากมายในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา
 
          kiwifruit ส่งออกเป็นล่ำเป็นสันได้ส่วนหนึ่งเพราะชื่อและการสื่อความเป็นนิวซีแลนด์ ถ้าลำใยจะเดินตามรอยนี้ เราจะตั้งชื่อว่าอะไรดีครับ
 
 
  --------------------------------------------
 
Memories are like stones.  Time and distance erode them like acid.
ความทรงจำคล้ายกับก้อนหิน   เวลาและระยะทางย่อยสลายมันคล้ายกรด
(Ugo Betti 
นักเขียนอิตาลี : ค.ศ. 1892-1953)
 

Not the power to remember, but its very opposite, the power to forget,
is a necessary condition for our existence.

ไม่ใช่พลังแห่งการจดจำ   หากแต่เป็นพลังตรงข้ามสุด
นั่นก็คือพลังแห่งการลืมซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการดำรงอยู่ของพวกเรา
(Sholem  Asch 
นักประพันธ์อเมริกันยิว : ค.ศ. 1880-1957)
 
 
The things we remember best are those best forgotten.
สิ่งที่เราจดจำได้ดีที่สุดก็คือสิ่งที่เราสมควรลืมมากที่สุด
(Baltasar Gracián 
พระสเปน : ค.ศ. 1601-1658)
 

Genius is eternal patience.
อัจฉริยภาพคือความอดทนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
(Michelangelo
นักศิลปะร่วมสมัยกับ Leonardo da Vinci 
ได้สร้างผลงานยิ่งใหญ่ทิ้งไว้ให้โลก : ค.ศ. 1475-1564)
 
 
He that has no patience has nothing at all.
ผู้ที่ไม่มีความอดทนคือผู้ที่ไม่มีอะไรเลย
(สุภาษิตอิตาลี)
 
 
That man is richest whose pleasures are cheapest.
มนุษย์ที่มีความสุขที่สุดคือคนที่หาความสุขจากสิ่งธรรมดาที่สุด
(Henry David Thoreau 
นักคิดผู้ยิ่งใหญ่ชาวอเมริกัน : ค.ศ. 1817-1862)
 
 
No birds soars too high, if he soars on his own wings.
ไม่มีนกตัวใดบินได้สูงนักหากมันบินด้วยปีกของมันเอ
(William Blake
กวีชาวอังกฤษ : ค.ศ. 1757-1827)
 
 
 
--------------------------------------------
 
 
ข้อเขียนในสิ่งละอันพันละน้อย 2556

จำนวนการเยี่ยมชม 607284 ครั้ง