วรากรณ์ สามโกเศศ

วรากรณ์-วีรกร ตรีเศศ



สิ่งละอันพันละน้อย 2556 > Kepler-22B คือคู่แฝดโลก

 

Kepler-22B คือคู่แฝดโลก

จากหนังสือสิ่งละอันพันละน้อย 2556
โดย รองศาสตราจารย์ ดร. วรากรณ์  สามโกเศศ
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
 
มนุษย์ฝันมานานนับพันปีอยากพบดาว (planet) ที่เหมือนกับโลก   มีภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมคล้ายโลกจนสิ่งที่มีชีวิตสามารถอยู่อาศัยได้   เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2554  องค์การ NASA ได้ประกาศยืนยันว่าได้พบสิ่งที่ต้องการแล้วหนึ่งดวงเพียงแต่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีสิ่งมีชีวิตอยู่หรือไม่
 
ข่าวนี้สร้างความตื่นเต้นให้แก่วงการวิทยาศาสตร์อย่างมาก  โดยเฉพาะกลุ่มที่เชื่อว่ามีสิ่งมีชีวิตอยู่บนดาวดวงอื่น และอยากรู้ว่าสิ่งมีชีวิตนั้นจะมีหน้าตาอย่างไร  จะเป็นประโยชน์หรืออันตรายต่อมนุษยชาติ
 
โทษมหันต์จากสิ่งแปลกปลอมนอกโลกเข้ามาอยู่ในโลกก็คือเชื้อโรค  แบคทีเรีย ไวรัส  ฯลฯ      ที่โลกเราไม่รู้จักมาก่อน  ตลอดจนสิ่งมีชีวิตที่อาจเป็นภัยต่อมวลชีวิตในโลก  ส่วนประโยชน์ที่ได้ก็คือที่อยู่ใหม่  สารใหม่ วัตถุใหม่  หรือแม้แต่เทคโนโลยีใหม่หากมีมนุษย์ต่างดาวที่มีความรู้ก้าวหน้ากว่าเรา  
 
องค์การ NASA  ปัจจุบันตัดงบประมาณลงไปมากในเรื่องการส่งมนุษย์ไปดาวดวงอื่น  หันมาสร้างความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในงบประมาณที่ไม่สูง  NASA ได้ตั้งโครงการ NASA’s Kepler Mission เพื่อค้นหาดาวที่มีลักษณะเหมือนโลกหมุนรอบดวงดาว (stars) อื่น ๆ  และสร้างยานอวกาศชื่อ Kepler ขึ้นให้ทำหน้าที่เป็นหอดูดาว  โดยเริ่มทำงานส่งข้อมูลลงมาเมื่อมกราคม 2010
 
ชื่อ Kepler นี้ดังมากในวงการดาราศาสตร์ (Astronomy)  เป็นชื่อของนักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน (ค.ศ. 1571-1630)   ผู้เป็นทั้งนักคณิตศาสตร์   นักดาราศาสตร์  และนักโหราศาสตร์  ที่ทิ้งผลงานเป็นหนังสือ   สร้างกฎทางวิทยาศาสตร์  เขียนตำรา   วางดวงทางโหราศาสตร์  นำเอาฟิสิกส์และปรัชญามารวมเข้ากับดาราศาสตร์  NASA ตั้งชื่อ Kepler เพื่อเป็นเกียรติแก่นักวิทยาศาสตร์ที่ผลงานมีผลกระทบต่อมนุษยชาติอย่างกว้างขวาง
 
วิชาดาราศาสตร์เปลี่ยนแปลงมากมายในเพียงชั่วชีวิตคน  ก่อนหน้าปี 1970  เราเชื่อกันว่ามีแต่ระบบสุริยจักรวาล (solar system) เท่านั้นโดยมีดาวไล่เรียงกันโคจรรอบดวงอาทิตย์คือ  พุธ  ศุกร์        โลก   อังคาร  ฯลฯ   แต่เมื่อมีหอดูดาวและมีกล้องที่มีคุณภาพสูงมากยิ่งขึ้น  ก็จึงรู้ว่าแท้จริงแล้ว  ยังมีดาวอีกนับเป็นล้านๆ ดวงที่อยู่นอกระบบสุริยจักรวาล
 
ข้อมูลเกี่ยวกับดาราศาสตร์ขยายตัวมากยิ่งขึ้นในสองสามทศวรรษที่ผ่านมา   ในความพยายามค้นหาดาวที่เป็นคู่แฝดของโลกโดยใช้ยานอวกาศ Kepler ช่วยนั้น  นักดาราศาสตร์ได้ขีดวงในอวกาศและตั้งชื่อบริเวณนี้ว่า Goldilocks Zone  ซึ่งเชื่อว่าหากดาวอยู่ในบริเวณนี้แล้วจะไม่ร้อน  ไม่หนาวจนเกินไปจนทำให้น้ำแข็งตัวหรือเดือด    พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นบริเวณที่มีน้ำอยู่ได้ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญคล้ายกับโลก
 
Kepler พบดาวดวงใหม่ถึงกว่า 1,000 ดวง  และในจำนวนนี้มี 10 ดวงที่มีขนาดใกล้เคียงกับโลกและมีลักษณะคล้ายโลกโดยหมุนอยู่ในบริเวณ Goldilocks  และหนึ่งใน 10 ดวงนี้ทีมงานมั่นใจว่าคือสิ่งที่ค้นหาหรือฝันกันมานาน  ดาวคู่แฝดโลกนี้มีชื่อว่า Kepler-22B เป็นดวงที่เล็กที่สุดใน 10 ดวงนี้         และโคจรอยู่ตรงกลางของบริเวณ Goldilocks โดยหมุนรอบดาวดวงใหญ่ที่คล้ายดวงอาทิตย์ของโลก 
 
Kepler-22B อยู่ออกไปนอกระบบสุริยจักรวาล  มีขนาดประมาณ 2.4 เท่าของโลก  อยู่ไกลจากโลก 600 ปีแสง  (ปีแสงคือระยะทางที่แสงเดินทางในหนึ่งปี  ไกลแค่ไหนลองคิดก็แล้วกัน  เพราะแสงเดินทางได้ 186,000 ไมล์ต่อวินาที)
 
Kepler-22B หรือ เรียกกันเล่น ๆ ว่า “Earth 2.0”  หมุนรอบดาวหลักหรือ 290 วัน  อุณหภูมิที่ผิวคือ 22 เซนติเกรด หรือ 72 องศาฟาเรนไฮต์ (กำลังสบายๆ )   “Earth 2.0”  อยู่ใกล้ดาวหลักมากกว่าโลกใกล้ดวงอาทิตย์ (ระยะทางระหว่างโลกและดวงอาทิตย์   93 ล้านไมล์)  ความสว่างของดาวหลักของ  “Earth 2.0”   น้อยกว่าที่ดวงอาทิตย์ให้โลกประมาณร้อยละ 25
 
คำถามหลักที่นักวิทยาศาสตร์ยังตอบไม่ได้ก็คือ  ส่วนประกอบของ “Earth 2.0” จะเหมือนโลกหรือไม่  ถ้าสมมุติว่ามีความหนาแน่นเท่ากับโลก (5.515 กรัมต่อหนึ่งลูกบาศก์เซนติเมตร)   คือ  ดิน  หิน  ทราย  ก๊าซ   ใต้ผิวโลก  ฯลฯ  คล้ายโลกก็จะมีเนื้อหนังมากกว่าโลก 13.8 เท่า  และมีแรงโน้มถ่วง 2.4 เท่าของโลก 
 
              “Earth 2.0”   มีขนาดและเนื้อหนังมากกว่าโลกพอควร   จึงเชื่อว่าน่าจะมีส่วนประกอบแตกต่างจากโลก  อาจเป็นไปได้ว่าไม่มีเนื้อหนังเหมือนโลกเลย  แต่ไปเหมือน Neptune  ที่ส่วนใหญ่เป็นหาสมุทร   และมีใจกลางเป็นหิน  หรืออาจประกอบด้วย  หิน  ก๊าซ และน้ำ  ก็เป็นได้
 
              เหตุที่เรียกว่าเป็นแฝดก็เพราะ (ก) มีขนาดใกล้เคียงโลก  (ข) มีอุณหภูมิบนผิวที่สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้  (ค) หมุนรอบดาวหลักโดยมีแสงสว่างมาให้ด้วย  (ง) จำนวนวันในหนึ่งปีใกล้เคียงโลก  นักวิทยาศาสตร์ NASA ยืนยันความเป็นแฝดของ “Earth 2.0” ก็เพราะยังไม่เคยพบดาวดวงใดเลยที่เข้าลักษณะใกล้โลกขนาดนี้
 
              สิ่งที่ทุกคนรอคอยก็คือการพบสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในน้ำหรือบนบกในสิ่งแวดล้อมที่มีอุณหภูมิใกล้เคียงกับโลก  มีแสงสว่างและความร้อนคล้ายโลก  ข้อมูลแค่นี้ก็พอทำให้ขนลุกแล้วว่าเราพบโลกแฝดแล้วในที่สุด  ครั้งนี้มีความเป็นไปได้สูงสุดเมื่อเทียบกับการพบดาวหลายดวงที่พอเป็น “Earth 2.0”  ที่ผ่านมาที่พอจะมีสิ่งที่มีชีวิตเหมือนโลกอาศัยอยู่ได้
 
ที่น่าตื่นเต้นก็คือถ้ามีสิ่งมีชีวิตจริงอยู่บน Kepler-22B     จะมีหน้าตาและลักษณะแตกต่างจากสิ่งที่มีอยู่บนโลกเราอย่างไร   โดยเฉพาะสิ่งมีชีวิตที่เรียกกันบนโลกใบนี้ว่ามนุษย์  จะโลภโมโทสันเต็มไปด้วยโทสะและโมหะเหมือนพวกเราหรือไม่  หรือแย่กว่าพวกเรา
 
ถ้าแย่กว่าพวกเรา  ก็คงจะแย่เอามาก ๆ  เพราะพวกเราก็แย่มากอยู่แล้ว
 
  
--------------------------------------------
 
 
ข้อเขียนในสิ่งละอันพันละน้อย 2556

จำนวนการเยี่ยมชม 551604 ครั้ง